|
หมูหินดอทคอมจะพาเพื่อนๆ
ไปเที่ยว ธรรมมาสสิงห์เทินบุษบก
งานศิลปกรรมที่เกิดจากการผสมผสานความคิดแบบไทยกับฝีมือของช่างญวนหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า
แกวเวียง
รูปแบบจะก่อด้วยปูนเขียนสีด้วยลายต่างๆ
พร้อมงานจิตรกรรมฝ้าเพดานศาลาการเปรียญเป็นธรรมมาสน์ที่แปลกและมีอยู่หลังเดียวในประเทศไทย
วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์
ตั้งอยู่ที่บ้านชีทวน อำเภอเขื่องใน
เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดอุบลราชธานี
สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณเกือบร้อยปีมาแล้ว
โดยมีญาครูต้นก้อมเป็นผู้ริเริ่ม
และคุณยายสีนวลเป็นผู้บริจาคที่ดิน
จึงตั้งชื่อวัดตามชื่อคุณยาย
จึงมีชื่อว่าวัดสีนวลในคราแรก
หลังจากนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อเป็นวัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์
สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์
มีสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าต่อศิลปวัฒนธรรม ศาสนา ฯลฯ
คือ หอแจก หรือ ศาลาการเปรียญที่เป็นที่ตั้งของ
ธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก
คาดกันว่าองค์ธรรมาสน์มีอายุเกือบเก้าสิบปี
ภายในศาลาการเปรียญแห่งนี้ เราจะได้พบกับธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก
ตัวองค์ธรรมาสน์ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2468
ลักษณะเป็นรูปสิงห์ยืนเทินปราสาท สร้างด้วยอิฐถือปูน
ยอดปราสาทเป็นเครื่องไม้เป็นชั้นลดหลั่น
เชื่อว่าเป็นงานศิลปกรรมที่เกิดจากกงานผสมผสานความคิดของช่างฝีมือไทยชีทวน
กับช่างญวนในสมัยนั้น
บนตัวธรรมาสน์สิงห์ประดับประดาด้วยกระจกสีต่าง ๆ
อย่างสวยงาม แต่อาจจะลบเลือนไปตามอายุของโบราณวัตถุนี้
หากเงยหน้ามองขึ้นไปบนเพดานของหอแจก หรือศาลาการเปรียญ
จะพบเห็นจิตรกรรมวาดบนแผ่นสังกะสีบุเพดานหอแจก
ภาพเขียนเป็นรูปราหู ลายดอกไม้ ใบไม้ รูปสัตว์ต่าง ๆ
ลายของดวงดารา พญานาค และหงส์ เป็นต้น
จึงนับว่าเป็นธรรมาสน์ที่มีรูปแบบที่แปลก
และเป็นหลังเดียวในประเทศไทย
ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมเรียบร้อยแล้ว
รายยละเอียดต่างๆ
ของธรรมมาสสิงห์ พอสังเขปดังนี้
ธรรมมาสสิงห์ทางด้านทิศเหนือ
ซึ่งเป็นด้านที่ใช้ประโยชน์ในการทำกิจกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับศาสนามากกว่าทุกด้านและถือเป็นด้านหน้าทางขึ้นศาลาการเปรียญ
บริเวณหลังคามีลายฉลุไม้ลดหลั่นกันอย่างลงตัว
จุดเด่นของหลังคาธรรมมาสสิงห์ทางด้านทิศนี้ ก็คือ
การฉลุลายไม้เป็นลายเมฆแบบจีน เช่น
ลายเมฆยู่อี่และส่วนของลายฉลุหลังคาเรือนธรรมมาสยังมีตัวอักษรโซ่งจื้อ
หรือซิ่วในวงกลม
ซึ่งเป็นอักษรแห่งความยังยื่นโดยมีความหมายว่า
ความสมบูรณ์ ความหวัง
ส่วนตัวเรือนธรรมมาสทางทิศเหนือนี้จะประกอบไปด้วย
เทวดามีพาหนะเป็นค้างคาว
ซึ่งหมายถึงเทพที่คอยปกป้องรักษาธรรมมาสตัวนี้
เทวดาแบบไทยในท่าฟ้อนรำ ซึ่งหมายถึง
การร่วมยินดีในเวลาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
มีค้างคาวอยู่มุมบนทั้ง
2
ด้าน ซึ่งหมายถึงการมีโชคลาภ ถ้าค้างคาวคู่ก็หมายถึง
โชคคู่ นั้นเอง และยังมีดอกโบตั๋น ซึ่งเป็นดอกไม้มงคล
ของจีน และยังมีสัตว์ตามธรรมชาติ เช่นเสือ นก หงส์
กระลอก ที่ทุกตัวคาบดอกไม้ ซึ่งแสดงความเคารพ ศรัทธา
ในศาสนา
และยังมีหัวมังกรที่เป็นต้นกำเนิดของพันธ์พฤกษา
ส่วนตัวสิงห์
นั้นเป็นศิลปะการปั่นแบบนูนต่ำ
ซึ่งมีลวดลายของเกร็ดสิงห์ที่ผสมผสานกับพันธ์พฤกษาได้อย่างลงตัว
และบริเวณตรงกลางลำตัวสิงห์ยังมีผ้าทิพย์ห้อยลงมาคล้ายกับฐานพระพุทธรูปประดับให้ดูมีค่ามากยิ่งขึ้น
ธรรมมาสสิงห์ทางด้านทิศใต้
ซึ่งทางด้านทิศนี้นั้น
มีเสาหงส์คู่ที่มีตุงติดอยู่
หมายถึงการบูชาพระรัตนตรัย
ส่วนบริเวณทางขึ้นธรรมมาสยังมีซุ้มพระเหนือประตูทางเข้าธรรมมาส
ซึ่งมีนาค
2
ตัว เอาหางพันกัน
ซึ่งเป็นซุ้มที่คอยปกป้องรักษาธรรมมาสสิงห์
ส่วนตัวบันไดทางขึ้นสำหรับให้พระภิกษุแสดงธรรมเทศนานั้น
ยังเป็นการฉลุไม่เป็นแม่บันไดนาคโดยมีเพาะรองรับบันไดไว้
บริเวณหลังคาธรรมมาสมีลายฉลุเป็นลายพันธุ์พฤกษา
ได้แก่ลายเครือเถา ลายดอกไม้ และยังมีลายฉลุรูปสัตว์
เช่น มังกร รูปนก ยังมีลายดอกไม้ขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง
และยังมีรูปหงส์สลัก
ทางกลางลายพันธ์พฤกษาบริเวณส่วนหัวของหงส์สลักเป็นรูปวงกลมคล้ายดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์
ส่วนตัวเรือนธรรมมาสนั้น ยังมีรูปหงษ์ อยู่ตรงกลาง
ซึ่งหมายถึงความสง่างาม ยังตัวธรรมาสยังมีลายพันธ์พฤกษา
โดยมีหัวมังกรเป็นต้นกำเนิดของลาย ธรรมมาสทางทิศใต้นี้
ยังมีรูปบุคคลที่แต่งกายคล้ายทหาร
ซึ่งความเชื่อของอีสานจะหมายถึงบุคคลที่คอยดูแลศาสนสถานเหล่านั้น
ส่วนตัวสิงห์
นั้นเป็นศิลปะการปั่นแบบนูนต่ำ
ซึ่งมีลวดลายของเกร็ดสิงห์ที่ผสมผสานกับพันธ์พฤกษาได้อย่างลงตัว
และบริเวณตรงกลางลำตัวสิงห์ยังมีผ้าทิพย์ห้อยลงมาคล้ายกับฐานพระพุทธรูปประดับให้ดูมีค่ามากยิ่งขึ้น
เช่นเดียวกับทางทิศเหนือ
ธรรมมาสสิงห์ทางด้านทิศตะวันออก
ซึ่งเป็นทิศของหัวสิงห์ ส่วนหัวสิงห์นั้น
ช่างได้คิดออกแบบตามลักษณะของศิลปะญวนเด่นด้วยของหงอนอยู่บนตัวสิงห์ลักษณะคล้ายเปลวดวงตาจะใช้กระจกเงาแบบโบราณที่มีโลหะล้อมไว้ปากจะอ้า
เห็นฟันและเขี้ยวชัดเจน
การให้สีสันจะมีความอิสระของช่างมาก
บริเวณหลังคาธรรมมาสมีลายฉลุเป็นลายพันธุ์พฤกษา
ได้แก่ลายเครือเถา ลายดอกไม้ และยังมีลายมังกร
2 ตัว
หันหน้าเข้าหาดอกไม้ขนาดใหญ่อยู่ตกกลาง และยังมีรูปไก่
2 ตัว
หันหน้าเข้าหากันท่ามกลางลวดลายต่างๆ
โดยเฉพาะก้อนเมฆด้านบน
ซึ่งเป็นศิลปะแบบจีนหรือเวียดนาม
ส่วนตัวเรือนธรรมมาสนั้นยังมีรูป
หน้ากาล
ซึ่งคติความเชื่อที่นิยมนำมาประดับตกแต่งซุ้มประตูหน้าต่างในงานศาสนสถาน
และยังมีลายพันธ์พฤกษาต่างๆ ที่มีต้นกำเนิดจากหัวมังกร
และทางด้านซ้ายจะมีรูปบุคคล
2 คน
คนแรกแต่งกายในลักษณะชาวจีน และอีกคน
ก็แต่งกายในลักษณะพม่า ส่วนด้านขวานั้น ยังมีบุคคล
3 คน ซึ่ง 2
คนแรกเป็นชาย หญิง
เดินควงกันซึ่งต่างกายในชุดชาวฝรั่งเศส
และยังมีคนรับใช้ที่บนหัวมีถาดใส่ปลา ดอกบัว และดอกโบตั๋น
ซึ่งความเชื่อของจีนแล้วนั้นหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์
และยังมีรูปสัตว์ต่างๆ
อีกด้วยเพื่อช่วยให้องค์ประกอบของตัวธรรมมาสสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ส่วนตัวสิงห์ นั้น
ซึ่งทางดานทิศนี้จะเป็นทิศของหัวสิงห์รายละเอียดได้กล่าวไปแล้วนั้น
นอกเหนือจากนี้ลำตัวด้านทิศเหนือนี้
ยังมีลวดลายของพันธ์พฤกษาที่ผสมผสานกับเกร็ดของสิงห์
ซึ่งแสดงถึงความสามารถของช่างที่ออกแบบมาอย่างกลมกลืน
ธรรมมาสสิงห์ทางด้านทิศตะวันตก
ซึ่งเป็นทิศของส่วนหางของธรรมมาสสิงห์
ในส่วนก่อนที่จะเป็นหางนั้นช่างได้ทำลายในส่วนของด้านหลังส่วนบนเป็นลายปูนปั้นพันธ์พฤกษาก่อนจะมีโคนของหาง
ซึ่งมีลักษณะคล้ายกาบ
2 ชั้น มีกาบทั้งหมด
5 กาบ และจึงแยกหางออกเป็น
4 เส้น
แต่ละเส้นมีความยาวลดลั่นกันได้สัดส่วนดูอ่อนซ้อยแต่เข้มแข็ง
โดยมีลวดลายคล้ายก้อนเมฆหลากสี
บริเวณหลังคาธรรมมาสมีลายฉลุเป็นลายพันธุ์พฤกษา
ได้แก่ลายเครือเถา ลายดอกไม้ และยังมีลายมังกร
2 ตัว
หันหน้าเข้าหาดอกไม้ มี 15
กลีบข้างในวงกลมเดินเส้น 2
เส้น
และยังมีรูปลวดลายสานขัดแตะเลียนแบบลายสานในการทำเครื่องจักรสาน
และยังมีรูปนางเงือก
อยู่ในลักษณะท่าว่ายน้ำเล่นอย่างมีความสุข
นางเงือกจะสวมมงกุฎ กรองคอ กำไล
ส่วนตัวเรือนธรรมมาสนั้นยังมีรูป
หน้ากาล
ซึ่งคติความเชื่อที่นิยมนำมาประดับตกแต่งซุ้มประตูหน้าต่างในงานศาสนสถาน
และยังมีลายพันธ์พฤกษาต่างๆ ที่มีต้นกำเนิดจากหัวมังกร
และยังมีรูปคนจีนผมแกระทั้งสองข้าง ยืนอยู่บนหลังช้าง
มือซ้ายถือดอกโบตั๋น
และบุคคลอีกด้านยังชายที่สวมหมวกมียอดแหลม
ซึ่งบุคคลทั้ง
2
ถือดอกไม้วิ่งเข้าหาหน้าต่าง
แสดงออกถึงอารมณ์ได้อย่างชัดเจน และยังมีรูปนก รูปม้า
บริเวณตัวเรือนทางด้านทิศนี้ยังมีหน้าต่างฉลุไม้แกะสลักเป็นลวดลายพันธ์พฤกษา
ส่วนตัวสิงห์ นั้น
ซึ่งทางดานทิศนี้จะเป็นทิศของหางสิงห์
รายละเอียดได้กล่าวไปแล้วนั้น
ซึ่งส่วนหางนี้จะมีลักษณะคล้ายกับหางนกในนิยายของจีนอีกด้วย
ได้ข้อมูลมากมายขนาดนี้แล้ว เพื่อนๆ
ก็คงอยากจะลองเข้าไปชม ธรรมมาสสิงห์เทินบุษบก
งานศิลปกรรมที่เกิดจากการผสมผสานความคิดแบบไทยกับฝีมือของช่างญวน
ที่มีเพียงหลังเดียวในประเทศไทย
ถ้าได้ผ่านไปผ่านมาที่จังหวัดอุบลราชธานี
ก็อย่าลืมแวะมาชม ธรรมมาสสิงห์เทินบุษบก
ที่วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์
ที่จังหวัดอุบลราชธานีกันนะคะ
การเดินทาง
จากตัวเมืองอุบลฯ ใช้ทางหลวงหมาย 23
ไปทางอ.เขื่องใน ประมาณ 23 กม.ผ่านศูนย์วิจัยข้าวอุบลฯ
ข้ามสะพานลำเซบาย เมื่อถึงประมาณกม.268 ให้เลี้ยวซ้าย
ผ่านไปทางบ้านหัวดูน จนถึงบ้านชีทวน
วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ |