 |
|
ช้างๆๆๆๆ น้องเคยเห็ยช้างรึเปล่า เพื่อนๆละ เคยเห็นช้างกันบ้างมั้ยเอ่ย หลายคนคงเคยเห็นตามสวนสัตว์บ้าง ตามท้องถนนบ้าง เอ้!!!แล้วช้างตัวใหญ่ขนาดนี้จะกินได้เยอะขนาดไหนน๊า? นั่นแน่!สงสัยกันอยู่ใช่มั้ยคะ ทริปนี้หมูหินขอพาเพื่อนๆเยือนสุรินถิ่นช้างใหญ่สู่
งานต้อนรับและเลี้ยงช้างใหญ่ที่สุดในโลก
งานนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา โดยได้มีการตั้งขบวนแห่ช้างกันที่บริเวณหลังสถานีรถไฟจังหวัดสุรินทร์ กันตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า และขบวนเริ่มเคลื่อนตัวตอนแปดโมง เพื่อมุ่งหน้าสู่บริเวณพิธี ณ อนุเสาวรีย์พระนาสุรินทร์ภักดีศรณรงค์จางวาง เริ่มด้วยคณะวงดุริยางค์ของน้องๆโรงเรียนสุรวิทยาคาร ตามด้วยช้างที่มาพร้อมกับนายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ช้างตัวนี้ทั้งใหญ่ งายาวสวยงาม และมีลักษณะดี ต่อด้วยขบวนของคณะผู้บริหารจังหวัดที่นั่งมาบนหลังช้าง
ขบวนที่สองเป็นรถอาหารช้างที่ได้รับรางวัล เริ่มด้วย รางวัลชนะเลิศ รร.สิรินงธร, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์, ราวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รร.ศีขรภูมิพิสัย, และรางวัลชมเชย
ขบวนที่สามเป็นขบวนช้างและชาวกวยที่แต่งการพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นกลุ่มที่มีการดำเนินชีวิตร่วมกับช้างมาแต่โบราณ
ขบวนที่สี่เป็นช้างที่มีลักษณะดี
คือ ต้องมีรูปร่างใหญ่โต แข็งแรง ศีรษะโต แก้มเต็ม หน้าผากกว้าง มีดวงตาแจ่มใส มีขาแข็งแรง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ลักษณะของหลังสูงตรงกลางเล็กน้อยลาดไปทางหางอย่างสม่ำเสมอลักษณะของหลังเช่นนี้ เรียกว่า "แปก้านกล้วย" ถือกันว่าเป็นลักษณะของช้างดีที่สุด เวลายืนศีรษะจะเชิดขึ้นมองดูสง่า ถ้าเป็นช้างงาต้องมีงาใหญ่แข็งแรง และยื่นขนานคู่กันออกมา ไม่บิดหรือถ่างห่างจากกันมากเกินไปลักษณะของชายใบหูควรเรียบไม่ฉีกขาด
ขบวนสุดท้ายเป็นบรรดาช้างจำนวนกว่า 300 เชือก ดูแล้วก็ขนลุกไปหมด เพราะช้างเยอะจิงๆค่ะ ประชาชนทั่วไปสามารถนั่งมาบนหลังช้างพร้อมกับขบวนได้ โดยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นจำนวนมาก
บริเวณสองข้างทางก็มีพ่อแม่พี่น้องออกมาชมขบวนแห่ และรอต้อนรับเหล่าบรรดาช้างกันอย่างหนาตา รวมทั้งน้องๆที่โรงเรียนอยู่ใกล้กับจุดที่ขบวนผ่าน
เมื่อเข้าสู่บริเวณจัดงานก็จะเห็นอาหารช้างเรียงรายตลอดทาง โดยปีนี้มีผู้ที่สนับสนุนอาหารช้าง จากทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวนกว่า 6 ตัน งานนี้ช้างก็ได้อิ่มหนำสำราญกันถ้วนหน้า และถ้าใครต้องการนั่งบนหลังช้าง เค้าก็มีจุดบริการขึ้นหลังช้างเพื่อความปลอดภัย ว่าแล้ว หมูหินก็ต้องขอขึ้นดูสักหน่อย หลังจากที่ไม่ได้นั่งมานานมาก ช้างตัวที่เรานั่งตัวขนาดกลางไม่เล็กไม่ใหญ่มากกำลังดี ราคาคนละ 100 บาท ซึ่งราคาสามารถต่อรองกับเจ้าของช้างได้
นอกจากจะเลี้ยงช้างที่จัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการแล้วก็ยังมีการจัดการแข่งขัน หนุ่มสาวพลังช้าง กันอีกด้วย ซึ่งจัดในบริเวณเดียวกัน โดยจัดให้มีการแข่งทั้งหมดสี่รอบด้วยกัน รอบแรกเป็นหนุ่มไทย รอบสองและสามเป็นหนุ่มต่างชาติ และรอบสุดท้ายเป็นสาวพลังช้าง ที่แข่งรวมกันทั้งสาวไทยและสาวต่างชาติ เริ่มต้นแข่งด้วยการใช้ลูกมะเขือยาวผูกไว้ที่เอวแล้วตีลูกมะนาวให้ไปถึงจุดที่กำหนด แล้วรับประทานผลไม้ที่จัดในจานให้หมด ตามด้วยเป่าลูกโป่งให้แตก พอแตกแล้วก็มายกกระสอบข้าวสารไปวิ่งไปยังเส้นชียเป็นอันเสร็จสิ้นการแข่ง
การเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดสุรินทร์สามารถเดินทางมาโดยรถส่วนตัว โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) แล้วแยกเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลย 2 (ถนนมิตรภาพ) ที่จังหวัดสระบุรี และเดินทางเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 24 (โชคชัย-เดชอุดม) ผ่านอำเภอนางรอง อำเภอปราสาท จากอำเภอปราสาทแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 214 ถึงตัวเมืองสุรินทร์รวมระยะทาง 457 กิโลเมตร หรือขึ้นรถประจำทางได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 หรือรถไฟที่สถานีหัวลำโพง

กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
1600 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0 2250 5500 ต่อ 4520-22 โทรสาร 0 2250 5681-3 http://thai.tourismthailand.org E mail : prdiv@tat.or.th
หมูหิน.คอม คิดจะเที่ยวเว็บเดียวก็พอ...ภาพ
เรื่อง และวีดีโอ โดย ทีมงานหมูหิน.คอม
|