 |
|
สวัสดีค่ะพี่น้องชาวหมูหิน ทริปนี้หมูหินขอพาเพื่อนๆไปเยือนสุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ มาดูงานแสดงช้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีเหล่าประชาชนช้างมารวมแสดงกว่า 300 เชือก ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 และอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน 2553 บัตรเข้าชมงานก็มีตั้งแต่ 40, 100, 500 และ 1000 บาท ในงานจะเห็นผู้ชมทั้งชาวไทยที่เป็นคนพื้นที่และที่มาจากต่างจังหวัด รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งฝรั่ง แขก จีน ญี่ปุ่น และเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างกัมพูชาก็มาด้วย และหมูหินก็ได้รับความเอ็นดูจากคุณบุญญานุช ผอ.ททท.จ.สุรินทร์ พาเราไปชมการแสดงครั้งนี้ ก่อนที่เราจะไปชมความน่ารักของช่าง หมูหินจะเล่าประวัติให้ทราบคร่าวก่อนนะคะ
บริเวณตอนเหนือของจังหวัดสุรินทร์ในแถบตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม และตำบลนาหนองไผ่ อำเภอชุมพลบุรี เป็นถิ่นที่อยู่ของชนพื้นเมืองชาว กวย หรือ กูย นิยมเลี้ยงช้างมาแต่โบราณกาล เพื่อนำไปใช้งานและพิธีต่างๆ โดยเฉพาะที่บ้านตากลางตำบลกระโพ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดสุรินทร์ประมาณ 62 กิโลเมตร ชาวบ้านนิยมเลี้ยงช้างไว้เป็นจำนวนมาก จนมีผู้รู้จักบ้านตากลางในนามของหมู่บ้านช้าง หมูบ้านนี้ตั้งอยู่ใกล้ลำน้ำมูลและลำน้ำชี เดิมพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่า มีความอุดมสมบูรณ์มาก
เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2503 นายวินัย สุวรณกาศ นายอำเภอท่าตูม ได้จัดงานแสดงช้างขึ้นที่บริเวณสนามบินเก่า อำเภอท่าตูม (ที่ตั้งโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ในปัจจุบัน) เพื่อเฉลิมฉลองที่ว่าการอำเภอหลังใหม่ ในงานมีการแสดงขบวนแห่ช้าง การแข่งขันช้างวิ่งเร็ว การสาธิตการคล้องช้าง มีการแพร่ภาพปรพชาสัมพันธ์ทั้งทางหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ ทำให้ชาวไทยและชาวต่างประเทศเกิดความสนใจเป็นอย่างมาก ในปีต่อมา อสท. (ททท) จึงได้เข้ามาให้การสนับสนุน โดยร่วมกำหนด รูปแบบของการแสดง และนำนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศมาชมการแสดง ในปี พ.ศ.2505 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ การจัดงานช้างสุรินทร์เป็นงานประจำปีของชาติและให้ส่วนราชการต่างๆ สนับสนุน นายคำรณ สังขกร
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ในสมัยนั้นพิจารณาว่า การจัดงานที่อำเภอท่าตูมไม่สะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยว จึงได้ย้ายสถานที่จัดงานมาที่สนามกีฬาจังหวัดตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 50 แล้ว
ในแต่ละปีงานแสดงช้างก็มีความแตกต่างกันไปไม่ซ้ำกัน สำหรับปีนี้เค้าได้จัดการแสดงออกเป็น 6 องค์ด้วยกัน ดังนี้
องค์ที1 องค์สุรินทร์อินทรปกฟ้า ทรงพญาเอราวัณ องค์อัมรินทร์ หรือพระอินทร์ ผู้ทรงเป็นราชาของเทวดาทั้งหลาย ทรงช้างเอราวัณ พร้อมด้วยเหล่าเทพบุตรเทพธิดา เสด็จออกมาจากเมฆหมอก
องค์ที่2 ย้อนอดีตแต่ปางบรรพ์โพนช้างป่ามาสู่เมือง
แสดงวิถีชีวิตชาวกูย และพิธีเซ่นศาลประกำ ก่อนออกคล้องช้างป่า ซึ่งเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมาแต่บรรณพบุรุษนับหลายร้อยปี
องค์ที่3 สถิตนามสุรินทร์พาราสถาปนาพญาเมือง ประวัติพระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง ซึ่งเป็นชาวกูย ได้รับพระราชทานบรรดาศกดิ์ เป็นหลวงสุรินทร์ภักดี และได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง
องค์ที่4 เลื่องลือชื่อช้างไทยเกรียงไกรทั่วโลกา
การแสดงของช้าง เช่นการแสดงกายกรรมช้าง ช้างชักเย่อ ช้างเตะฟุตบอล ช้างวาดภาพ ช้างเต้นระบำ เป็นต้น
องค์ที่5 ปราบหงสาคู่พระบารมี...ยุทธหัตถีมีชัย การแสดงขบวนทัพสยาม และหงสา ในเครื่องแต่งกายนักรบโบราณ และการรบที่ยิ่งใหญ่สมจริง ซึ่งมีทั้งกองทัพปืนใหญ่ที่ยิงต่อสู้กันอย่างดุเดือด กองทหารทะลวงฟันนับร้อยเข้าประจัญบานชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน และการสัปยุทธ์ที่เป็นสุดยอดของการรบบนหลังช้างที่เรียกว่า ยุทธหัตถี ซึ่งได้สร้างวีรกรรมแก่ช้างไทยจนดังไปทั่วโลก
องค์ที่6 ทุกเหล่ารวมใจถวายพรพรชัยราชันย์
เหล้านักแสดงในทุกองค์การแสดง พร้อมขบวนช้างทุกชือกออกมา ร้องเพลง แสดงความจงรักภักดีแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ และอำลาผู้ชม
หลังจากการแสดงจบแล้ว เหล่าบรรดาช้างก็จะออกมาพบปะผู้ชมกันอย่างใกล้ชิด ใครที่อยากนั่งบนหลังช้างกจะมีจุดที่บริการนักท่องเที่ยวได้สะดวกสบาย และมีจุดขายสินค้าที่ระลึก ซึ่งเป็นสินค้าที่ผลิตโดยชาวบ้านเอง ได้แก่ ผลิตภัณจากงาช้าง ผ้าไหม เครื่องเงินต่างๆเป็นต้น งานแสดงช้างสุรินทร์ความนี้ นับว่าจัดได้ยิ่งใหญ่อลังการ กว่าปีที่ผ่านมาๆ หากใครสนใจก็ต้องรอติดตามสำหรับปีต่อๆไปนะคะ
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) แล้วแยกเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลย 2 (ถนนมิตรภาพ) ที่จังหวัดสระบุรี และเดินทางเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 24 (โชคชัย-เดชอุดม) ผ่านอำเภอนางรอง อำเภอปราสาท จากอำเภอปราสาทแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 214 ถึงตัวเมืองสุรินทร์รวมระยะทาง 457 กิโลเมตร


กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
1600 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0 2250 5500 ต่อ 4520-22 โทรสาร 0 2250 5681-3 http://thai.tourismthailand.org E mail : prdiv@tat.or.th
หมูหิน.คอม คิดจะเที่ยวเว็บเดียวก็พอ...ภาพ เรื่อง และวีดีโอ โดย ทีมงานหมูหิน.คอม
|