|
ห้องศาสนศิลป์
จัดแสดงหลักฐานทางโบราณคดี
ประวัติศาสตร์ ได้แก่
โบราณศิลปวัตถุที่พบจากโบราณสถานสำคัญในจังหวัดสุพรรณบุรี
ได้แก่ พระพุทธรูป พระพิมพ์
และงานประณีตศิลป์
โดยเฉพาะพระพิมพ์หรือพระเครื่องที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก
เช่น พระพิมพ์ถ้ำเสือ
พระพิมพ์สมัยลพบุรี
พระพิมพ์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
พระพิมพ์ขุนแผนวัดพระรูป
พระพิมพ์ขุนแผนวัดบ้านกร่าง
พระพิมพ์วัดชุมชนสงฆ์ ฯลฯ
ห้องเตาเผาบ้านบางปูน
จัดแสดงหลักฐานเกี่ยวกับแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาบ้านบางปูน
ซึ่งพบบริเวณสองฝั่งแม่น้ำ
ท่าจีนหรือแม่น้ำสุพรรณบุรี
ในเขตตำบลพิหารแดง ตำบลโพธิ์พระยา
และตำบลสนามชัย อำเภอเมือง
จังหวัดสุพรรณบุรี
อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕
๑๘
มีเอกลักษณ์สำคัญคือ
การตกแต่งโดยประทับลวดลายลงบนผิวภาชนะ
จักแสดงโดยการจำลองเตาเผาภาชนะ
ประกอบโบราณวัตถุ
ห้องวรรณกรรมเมืองสุพรรณ
จัดแสดงเรื่องราววรรณกรรมสำคัญ ๒
เรื่องที่เกี่ยวกับเมืองสุพรรณบุรี
ได้แก่ เสภาเรื่องขุนช้าง ขุนแผน
ที่ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรให้เป็นเลิศประเภทกลอนเสภาในสมัยรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
และโคลงนิราศสุพรรณ
ซึ่งประพันธ์โดยสุนทรภู่
กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
วรรณกรรมทั้งสองเรื่องเปรียบเสมือนภาพสะท้อนวิถีชีวิต
ขนบธรรมเนียม
ประเพณีของชาวสุพรรณบุรีในอดีต
จัดแสดงโดยใช้สื่อระบบโสตทัศนูปกรณ์
ห้องเพลงพื้นบ้านเมืองสุพรรณ
เพลงพื้นบ้านเมืองสุพรรณ
จัดแสดงโดยใช้หุ่นจำลองประกอบสื่อระบบโสตทัศนูปกรณ์ฉากการเล่นเพลงพื้นบ้านที่นิยมเล่นกันในงานรื่นเริงหรือเทศกาลต่าง
ๆ ได้แก่ เพลงอีแซว และเพลงเรือ
โดยเนื้อหาของเพลงเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของชาวเกษตรกรรม
เพลงลูกทุ่ง
จัดแสดงผลงานของศิลปินเพลงลูกทุ่งชาวสุพรรณบุรีที่มีชื่อเสียง
ประกอบด้วย ก้าน แก้วสุพรรณ,
สุรพล สมบัติเจริญ,
ไวพจน์ เพชรสุพรรณ,
สายัณห์ สัญญา,
ศรเพชร ศรสุพรรณ
และพุ่มพวง ดวงจันทร์
โดยใช้สื่อระบบโสตทัศนูปกรณ์เป็นตู้เพลงสำหรับกดฟังผลงานของศิลปินท่านต่าง
ๆ ประกอบป้ายคำบรรยาย
ห้องสุพรรณวันนี้
จัดแสดงถึงสภาพทั่วไปของจังหวัดสุพรรณบุรีในปัจจุบัน
เช่น ที่ตั้งและอาณาเขต
ประชากรและการปกครอง ทรัพยากรธรรมชาติ
การศึกษา และการกีฬา สภาพเศรษฐกิจ
และแหล่งท่องเที่ยว
รวมถึงการใช้ที่ดิน
และแหล่งทรัพยากรน้ำมันของจังหวัดสุพรรณบุรี
โดยใช้สื่อป้ายคำบรรยาย แผนที่
หุ่นจำลอง และสื่อระบบโสตทัศนูปกรณ์
โบราณวัตถุที่สำคัญ
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
ศิลปะลพบุรี
อิทธิพลศิลปะขอมแบบบายน
อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘
วัสดุ หินทราย
ขนาด สูงประมาณ ๑๔๘.๕
เซนติเมตร
ประวัติ
พบที่โบราณสถานเนินทางพระ อำเภอสามชุก
จังหวัดสุพรรณบุรี
ลักษณะทางประติมาณวิทยา
ประติมากรรมรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
สลักจากหินทรายสีเขียว สูงประมาณ
๑๔๘.๕ ซม.
พบที่โบราณสถานเนินทางพระในเขตอำเภอสามชุกซึ่งเป็นโบราณ
สถานในศาสนาพุทธนิกายมหายาน
สมัยลพบุรีเดิมจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
อู่ทอง ลักษณะทางประติมาณวิทยาที่สำคัญ
คือ เป็นประติมากรรมรูปบุรุษ
เกล้ามวยผมสูงถักผม ลักษณะที่เรียกว่า
"ชฎามกุฎ"
มวยผมผายออกตอนบน ส่วนโคนมวยคอด
ต่างไปจากรูปพระอวโลกิเตศวรศิลปะขอมทั่วไปที่มีมวยทรงกระบอก
ปรากฏรูปภาพพระพุทธปางสมาธิ
หรือพระอติมาภะอยู่ด้านหน้ามวยผม
มีกรอบไรพระศกทำลายเป็นรูปเม็ดไข่ปลา
พระโพธิสัตว์มีพระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยมพระเนตยาวรี
ลืมพระเนตร ต่างกับ
รูปพระโพธิสัตว์ทั่วไปที่มีพระเนตรปิดสนิทอันเป็นลักษณะของศิลปะขอมแบบบายน
สวมกุณฑลรูปตุ้ม สวมกรองศอสั้น
รูปสามเหลี่ยมและพาหุรัด ม ๔ กร
หัตถ์ซ้ายบนถือคัมภีร์
หัตถ์ซ้ายล่างถือหม้อน้ำมนต์
หัตถ์ขวาบนถือพวงลูกประคำหัตถ์ขวาล่างถือดอกบัว
นุ่งผ้าสั้น มีชายผ้าเป็นรูปหางปลา
คาดเข็มขัดมี
หัวรูปสี่เหลี่ยมประดับลายดอกไม้ จาก
ลักษณะทางประติมาณวิทยาของพระโพธิสัตว์ที่กล่าวไป
แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของศิลปะพื้นเมืองบางประการที่ผสม
ผสานอยู่กับศิลปะขอมแบบบายนอายุราวพุทธศตวรรษที่๑๘
อันเป็นศิลปะที่ให้อิทธิพลโดยตรงกับรูปพระโพธิสัตว์องค์นี้
พระพุทธรูปนาคปรก
ศิลปะลพบุรี
อิทธิพลศิลปะขอมแบบบายน
อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘
วัสดุ หินทราย
ขนาดสูงประมาณ ๑๐๗ เซนติเมตร
หน้าตักกว้างประมาณ ๔๗ เซนติเมตร
ประวัติ
พบที่วัดปู่บัว อำเภอเมือง
จังหวัดสุพรรณบุรี
ลักษณะทางประติมาณวิทยา
พระพุทธรูปนาคปรกองค์นี้
สลักจากหินทรายสีเขียว พบที่วัดปู่บัว
เดิมจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาต
ิ อู่ทอง มีลักษณะทางประติมาณวิทยาที่สำคัญคือ
พระพุทธรูปมีรัศมีเป็นรูปกลีบบัวซ้อนกัน
๓
ชั้นเม็ดพระศกทำเป็นลายรูปสี่เหลี่ยมขนาดเล็กปรากฏกรอบไรพระศกพระพักตร์มีลักษณะค่อนข้างเหลี่ยมพระขนงต่อกันเป็นรูปปีกกาพระเนตรยาวรีลืมพระเนตรพระนาสิกโด่งงุ้มพระโอษฐ์หนาอยู่ในอาการแย้มพระสรวลเล็กน้อยพระกรรณยาวพระพุทธรูปครองจีวรห่มเฉียง
ปรากฏสังฆาฎิบนพระอังสา
พระหัตถ์ทั้งสองประสานกันอยู่บนพระเพลาในลักษณะสมาธิ
ปรากฏรูปธรรมจักรอันเป็นลักษณะของมหาบุรุษอยู่บนฝ่าพระหัตถ์
ประทับนั่งขัดสมาธิอยู่บนขนดนาคสามชั้น
ขนดนาคมีลักษณะสอบลงสู่ชั้นล่าง
เบื้องหลังพระพุทธรูปทำรูปนาค ๗
เศียร นาคมีลักษณะใบหน้ายาว
นาคเศียรข้างทุกเศียรชำเลืองไปยังนาคเศียรกลางปรากฏลายดอกจันทร์ที่ลำคอนาค
ลักษณะของพระพุทธรูปนาคปรกองค์นี้
อยู่ในศิลปะลพบุรี
ซึ่งรับอิทธิพลจากศิลปะขอมแบบบายน
ผสมผสานกับฝีมือช่างท้องถิ่น
กำหนดอายุได้อยู่ในราวพุทธศตวรรษที่
๑๘
สำหรับจังหวัดสุพรรณบุรีนั้นยังมีสถานที่ต่างๆที่น่าสนใจอีกมากมายรับรองว่าหมูหินจะพาเพื่อนๆไปในสถานที่อื่นๆต่อไปอีกแน่นอนสำหรับทริปนี้เราก็ได้รับรู้ถึงประวัติความเป็นมา
เรื่องราวต่างๆ สิ่งของ โบราณสถาน
โบราณวัตถุที่สำคัญๆกันแล้วครั้งหน้าเราจะไปที่ไหนกันต่อเพื่อนๆอย่าลืมติดตามชมกันได้ที่
www.moohin.com
|