|
หมูหินดอทคอมพาเพื่อนๆ ไปเที่ยว อำเภออัมพวากันอีกแล้ว..,,แต่ไม่ได้พาไปเดินตลาดน้ำกันนะคะ
,,เรามาบอกข่าวคราวเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
ๆ ที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกต และมองข้ามไป
,,
หมูหินดอทคอมได้มีโอกาสเดินทางร่วมทริปกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สำนักงานสมุทรสงคราม
เพื่อเข้าร่วมงานแถลงข่าวมนต์ เสน่ห์ ทะเล
วัง และได้มีโอกาสร่วมทริปชมความสวยงามของเมืองสมุทรสงคราม
โดยหนึ่งในนั้นก็คือ วัดอัมพวันเจติยาราม
ซึ่งหากไม่สังเกตุก็จะไม่เห็น
และอาจจะคิดว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่อุทยาน
ร.2
เพราะวัดอัมพวันเจติยาราม
อยู่ติดกับอุทยาน ร.2
เลยล่ะค่ะ แล้วที่สำคัญ
เเป็นสถานที่เข้าออกของรถรา ที่วิ่งผ่านไป-
มา
เพื่อเข้าไปจอดรถที่บริเวณ ลานจอดรถ
หน้าอุทยาน ร.2
วัดอัมพวันเจติยาราม
เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ตั้งอยู่ปากคลองอัมพวาด้านเหนือ
เดิมเรียกกันว่า "วัดอัมพวา"
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดอัมพวันเจติยาราม"
มีความหมายว่า
"วัดที่มีเจดีย์และมีสวนมะม่วงเป็นที่รื่นรมย์และเกษมสำราญน่าเคารพบูชา"
เมื่อเดินเข้ามาก็จะพบกับ
พระอุโบสถ
ที่มีลักษณะทรวดทรงเหมือนพระอุโบสถของวัดสุวรรณดาราม
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าฯ
ให้เขียนขึ้นตามแบบศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
และเรื่องราวเกี่ยวกับบทพระราชนิพนธ์เรื่องสังข์ทอง
ไกรทอง อิเหนาและคาวี
ภาพจิตรกรรมบริเวณผนังระหว่างช่องประตูด้านล่าง
ซึ่งเป็นภาพการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค
เป็นส่วนที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี
ทรงลงฝีพระหัตถ์พระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
หน้าทหารกลอง และต้นไม้ข้างป้อมริมกำแพง
และบริเวณด้านขวาของพระอุโบสถ จะมี
พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ประดิษฐานอยู่ใกล้พระอุโบสถทางด้านหน้าพระวิหาร
ทำการหล่อที่กรมศิลปากร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์พระบรมราชินีนาถ
เสด็จ เททองเมื่อวันที่
28
มิถุนายน พ.ศ.2509
และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกถฏราชกุมาร
ได้เสด็จมาทรงเปิดเมื่อวันที่
30
มีนาคม พ.ศ.2520
ส่วนด้านหลังเยื้องไปทางขวาจะเจอกับ
พระวิหาร
ที่สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ภายในวิหารมีพระนอนองค์ใหญ่
ตั้งแต่พระเศียรจนถึงพระบาท วัดได้
19
ศอก
มีพระพุทธรูปปูนปั้นประดิษฐานอยู่รอบระเบียงพระวิหาร
จำนวน
52
องค์
พระปรางค์
อยู่ด้านในพระวิหาร
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ
ให้สร้างขึ้นบริเวณสถานที่พระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
เพื่อบรรจุพระบรมสรีรังคารและพระบรมอัฐิบางส่วนของพระราชชนก
นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจภายวัดอัมพวันเจติยาราม
ได้แก่
พระที่นั่งทรงธรรม
ที่เดิมเป็นตำหนักไม้ที่ประทับของสมเด็จพระรูปฯ
ก่อนรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ทรงพระราชทานนามว่า
"พระที่นั่งทรงธรรม" เพราะสมเด็จพระรูปฯ
เมื่อคราวบวชชีได้ทรงฟังธรรมในที่นั้นเป็นประจำ
ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ
ให้สร้างเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน
มีรูปทรงดังปรากฏในปัจจุบัน
ในคราวบูรณะใหญ่ปี พ.ศ.
2538
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารีทรงพระราชทานพระนามาภิไธยย่อ
(สธ) ไว้ที่หน้าบัน
ภายในพระที่นั่งทรงธรรมมีพระประธานและมีพระพุทธบาทจำลอง
5
รอย อยู่ด้านหน้า
กุฏิใหญ่
มีลักษณะเป็นเรือนหมู่ทรงไทยใต้ถุนสูง
ด้านเหนือเป็นบันไดใหญ่
ด้านใต้เป็นหอสวดมนต์ มีหอฉันตรงกลาง
ของเดิมเป็นฝีมือช่างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
และมีการบูรณะบ้างในรัชกาลต่อ ๆ มา
จนถึงในรัชกาลปัจจุบัน
พระตำหนัก
มีอยู่
2
ตำหนัก คือ
ตำหนักใหญ่อยู่ด้านทิศใต้ของวัด
และพระตำหนักเล็กอยู่ด้านทิศตะวันตก
พระตำหนักทั้งสองเดิมเป็นเรือนไม้สักทรงไทย
ฝาเฟี้ยม
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงสร้างไว้ที่สวนขวาในพระบรมมหาราชวัง
ภายหลังพระราชทานแก่สมเด็จพระมหสมณเจ้า
กรมพระยาวชิรญาณวโรรส แล้วสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ
ได้ทรงประทานออกมาไว้ที่วัดอัมพวันเจติยามรามพร้อมกับแท่นบรรทม
ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ประวัติความเป็นมาของ วัดอัมพวันเจติยาราม
เกี่ยวข้องกับต้นราชวงศ์จักรี คือ
พระชนกชนนีของสมเด็จพระอมรินทรามาตย์
พระมเหสีในรัชกาลที่ ๑
ตั้งบ้านเรือนอยู่ทางทิศเหนือของวัดจุฬามณี
วันหนี่งขณะที่ท่านทั้งสองถือศีลอุโบสถอยู่ที่วัดจุฬามณี
เกิดเพลิงไหม้บ้านจนหมดสิ้น
จึงย้ายบ้านเรือนไปปลูกที่ริมคลองอัมพวาที่เป็นวัดอัมพวันเจติยารามในปัจจุบัน
ครั้งนั้นพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าฯ
ดำรงพระยศเป็น หลวงยกระบัตรเมืองราชบุรี
เมื่อเกิดสงครามพม่าในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาได้พาครอบครัว
อพยพมาอยู่ที่บ้านอัมพวา
สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒
แห่งราชวงศ์จักรีจึงมีพระประสูติกาล ณ
บ้านอัมพวาแห่งนี้
เมื่อสมเด็จพระชนกสวรรคต
สมเด็จพระราชชนนีของ สมเด็จพระอมรินทรามาตย์จึงอุทิศบ้านและสวนบริเวณนั้นสร้าง
เป็นวัดชื่อ วัดอัมพวา ตามชื่อคลอง
ต่อมาเรียกกันว่าวัดอัมพวัน
ในสมัยรัชกาลที่ ๑ สมเด็จพระอมรินทรามาตย์ได้ทรงชักชวน
พระราชวงศ์มาปฏิสังขรณ์ วัดอัมพวันจึงมีฐานะเป็นพระอาราม
หลวงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เนื่องจากเป็นสถานที่ประสูติของ
พระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ประชาชนจึงพร้อมใจกันสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ไว้ที่วัดอัมพวันเจติยาราม
และบรรจุ พระบรมสรีรังคารของพระองค์ไว้
ที่พระปรางค์ในวิหารวัดอัมพวัน
ซึ่งอยู่ด้านหลังอุโบสถด้วย
ถ้าหากเพื่อนๆ
ได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยว ตลาดน้ำอัมพวา
ก็อย่าลืมแวะไปสักการะรอยพระพุทธบาท
กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์
และชมความงดงามของภาพวาดจิตกรรมฝาผนัง
ซึ่งหนึ่งในนั้นมีฝีพระหัตถ์ของพระเทพฯ
ด้วยนะคะ
การเดินทาง
รถยนต์
ใช้ทางหลวงหมายเลข
35 (สายธนบุรี-ปากท่อ)
ถึงกิโลเมตรที่
63
เข้าตัวเมืองสมุทรสงครามและออกไปประมาณ
6
กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข
325 (สมุทรสงคราม-บางแพ)
กิโลเมตรที่
36-37
มีทางแยกซ้าย เข้าไปอีกประมาณ
1
กิโลเมตร
รถโดยสายประจำทาง
ขึ้นรถได้ที่ตลาดเทศบาลอำเภอเมือง
สายแม่กลอง-บางนกแขวกราชบุรี
ลงหน้าวัดอัมพวันเจติยาราม |