เที่ยวงานสืบสานตำนานไทลื้อ ครั้งที่ ๑๑ สืบสาน ร้อยใจ ไทลื้อ น้อมเกล้าเจ้ามิ่งเมือง
ทริปนี้หมูหิน.คอม ขอนำเสนอเรื่องราวอันน่าประทับใจยิ่งของชาวไทลื้อ ( ไตลื้อ ) ที่ได้รวมตัวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อเผยแพร่และร่วมกันสืบสานประเพณี วัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่ทรงด้วยคุณค่าและยากเกินที่จะลอกเลียนแบบได้ และด้วยความรัก ความหวงแหน และความภาคภูมิใจในความเป็นชาวไทยเชื้อสายไทลื้อ พวกเขาจึงได้ร่วมกันจัดงานสืบสานตำนานไทลื้อ ครั้งที่ ๑๑ สืบสาน ร้อยใจ ไทลื้อ น้อมเกล้าเจ้ามิ่งเมืองครั้งที่ ๑๑ สืบสาน ร้อยใจ ไทลื้อ น้อมเกล้าเจ้ามิ่งเมือง จัดขึ้น ณ ลานจามจุรี วัดพระธาตุสบแวน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยการสนับสนุนจากสำนักงานการทอ่งเที่ยวแห่งประเทศไทยครับ
| ขบวนไทลื้อ สืบสาน ร้อยใจไทลื้อ น้อมเกล้าเจ้ามิ่งเมือง |
|
|
การจัดงานสืบสานตำนานไทลื้อครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อน้อมถวายราชสักการะทูลพระขวัญถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา รวมทั้งเพื่อสืบสานจารีต วัฒนธรรมชนชาติไทลื้อในเรื่องประเพณีและวัฒนธรรมที่โดดเด่น ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวไทลื้อจาก 6 จังหวัดทางภาคเหนือเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นชาวไทลื้อจากจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ น่าน และจังหวัดพะเยา ทุกคนที่มาร่วมงานต่างก็แต่งกายด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับตามแบบชาวไทลื้อของแต่ละพื้นที่ สร้างความสวยงามและความน่าสนใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก อย่างที่บอกครับสวยงามจริง ๆ ( หมูหินจะเก็บภาพนิ่งไปฝากเยอะ ๆ นะครับ )
งานสืบสานตำนานไทลื้อ ครั้งที่ ๑๑ สืบสาน ร้อยใจ ไทลื้อ น้อมเกล้าเจ้ามิ่งเมืองครั้งที่ ๑๑ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 13 มีนาคม 2553 ตลอดระยะเวลา 2 คืน 2 วัน มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น ขบวนแห่วัฒนธรรมและวิถีชีวิตไทลื้อ ทั้งหมด 21 ขบวน แต่ละขบวนก็ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว ด้วยเครื่องแต่งกายตามแบบฉบับของไทลื้อ เมืองต่าง ๆ ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นยิ่ง แม่หญิงชาวไทลื้อ จะใส่เสื้อแขนยาว สีดำ หรือน้ำเงิน ที่เรียกว่า เสื้อปั๊ด นุ่งผ้าซิ่น ( ผ้าถุง ) ที่มีลวดลายการทอที่ประณีตงดงาม โพกหัวด้วยผ้าฝ้ายเมืองสีขาว หรือสีชมพู ส่วนป้อจาย ( ผู้ชาย ) จะใส่เสื้อแขนยาวและสวมเสื้อกั๊กที่ปักลวดลายสวยงามทับด้านนอกอีกชั้น สะพายถุงย่ามสีฉูดฉาด
ในแต่ละขบวนก็จะมีการแสดง การละเล่นพื้นเมืองของชาวไทลื้อ เช่น การฟ้อนดาบ ฟ้อนหอก ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ฟ้อนขันดอก ซึ่งใช้ท่าทางในการเคลื่อนไหวและร่ายรำที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ประกอบกับเสียงดนตรีและเนื้อร้องเป็นภาษาไทลื้อ ทำให้เป็นที่สนใจของบรรดานักท่องเที่ยวมากขึ้น บางขบวนแห่ก็นำเครื่องดนตรีพื้นเมืองมาเล่นโชว์กันสด ๆ น่าสนใจมาก ๆ
บรรยายกาศประชาชนและชาวไทลื้อรับรอรับเสด็จ
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชสยามมงกุฎราชกุมาร |
|
|
ความประทับใจ และความปลื้มปีติอันหาที่เปรียบไม่ได้ของชาวไทลื้อ เมื่อได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม จากพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงาน และทรงร่วมสืบสานตำนานไทลื้อ ครั้งที่ ๑๑ สืบสาน ร้อยใจ ไทลื้อ น้อมเกล้าเจ้ามิ่งเมืองรวมถึงทอดพระเนตรโครงการพัฒนาฝีมือต่าง ๆ ของชาวไทลื้อ อาทิเช่น การเลี้ยงไหม การทอผ้า การตานธรรม การแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทลื้อ มินิโชว์แอนซาวด์ชุด สืบสาน ร้อยใจ ไทลื้อ น้อมเกล้าเจ้ามิ่งเมือง ของเด็กนักเรียนโรงเรียนเชียงคำวิทยาคม
ตลอดระยะเวลาการจัดงาน มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ทั้งบริเวณเวทีกลางแจ้ง และในตัวอาคาร กิจกรรมที่จัดขึ้นมีทั้งกลางวัน และกลางคืน ซึ่งแต่ละกิจกรรมล้วนเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทลื้อ เรียกความสนใจของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกิจกรรมการแสดง แสง สี เสียง ในช่วงกลางคืน ดูแล้วน่าประทับใจเป็นที่สุด หมูหิน.คอม เก็บภาพและวิดีโอคลิปการแสดงในชุดต่าง ๆ มาฝากด้วย ขอบอกว่า ทั้งน่ารัก น่าประทับใจ โดยเฉพาะการฟ้อนรำของเด็กนักเรียน ที่ต่างก็ฝึกฝนกันมาเพื่อนำมาแสดงให้นักท่องเที่ยวและแขกในงานได้รับชม และการแสดง แสง สี เสียง ชุด สืบสาน ร้อยใจไทลื้อ น้อมเกล้าเจ้ามิ่งเมือง ใจความสำคัญหลักอยู่ที่การเล่าถึงประวัติและความเป็นมาของชาวไทลื้อ รวมไปถึงขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นศิลปะการเคลื่อนไหว และท่าทางในการร่ายรำ ตามแบบฉบับของชาวไทลื้อ รวมถึงเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายที่สวยงามตระการตา
| การแสดงของชาวไทลื้อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทลื้อ 6 จังหวัดและนักแสดง |
|
|
ส่วนประเพณีที่สำคัญอีกหลายประเพณีที่จัดขึ้นในช่วงเวลากลางวันก็มีมากมาย เช่น ประเพณีการตั้งธรรม หรือ ตานธรรม ประเพณีการเล้งผี ( เลี้ยงเทวดา ) ประเพณีแต่งงานตามแบบฉบับของไทลื้อ การคนขนมปาด ( ขนมของไทลื้อ ) การตีกลองปูจา หมูหินเชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนอาจยังงง ๆ กับประเพณีต่าง ๆ ว่าคืออะไร หมูหินก็เลยไปสอบถามผู้เฒ่า ผู้แก่ เกี่ยวกับความเป็นมาของประเพณีต่าง ๆ แล้วนำกลับมาเล่าให้ฟังครับ เริ่มกันที่ประเพณีตั้งธรรม หรือ ตานธรรม ซึ่งคล้ายกับประเพณีการฟังธรรมของชาวล้านนา การตั้งธรรม หรือการตานธรรม ก็คือ การแสดงพระธรรมเทศนา การเทศนาธรรม หรือการเทศน์ของพระสงฆ์ ชาวไทลื้อเชื่อกันว่า คนที่ตายไปแล้วยังมีความต้องการในปัจจัยสี่ เหมือนขณะมีชีวิตอยู่ แต่การจะได้มาซึ่งปัจจัยสี่เหล่านั้น นอกจากจะได้โดยอาศัยบุญของผู้ตายที่เคยทำไว้ขณะยังมีชีวิตอยู่แล้ว ยังอาจได้รับจากการที่ญาติพี่น้องลูกหลานอุทิศไปให้ โดยเฉพาะหากได้ถวายไปพร้อมกับกัณฑ์ธรรม (กัณฑ์เทศน์) และหอผ้า (เรือนสมมุติ ที่เป็นปราสาท ไม้ไผ่ บุด้วยผ้าฮัมขาว หรือ ผ้าทอพื้นเมืองสีขาว ภายในจะบรรจุด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับคนตาย และธนบัตรเงินตรา โดยทำไม้เสียบ หรือพับเป็นดอกไม้ ปักบนลูกมะพร้าวที่ตกแต่งรูปทรงสวยงาม ปัจจุบันมีการเพิ่มปัจจัยสี่ ตามความจำเป็นในสังคม เช่น ตู้เย็น ทีวี เสื้อผ้า ตามฐานะของผู้ตายและตามแต่ญาติพี่น้องจะหามาได้ )
การตั้งธรรม นิยมทำกัน ๓ วัน ๓ คืน นอกจากการแสดงธรรมเรื่อง พระเวชสันดรชาดก ๑๓ กัณฑ์ ยังมีการแสดงธรรมที่สำคัญ ๔ กัณฑ์ คือ พระสุตันตปิฎก พระวินัยปิฎก พระอภิธรรมปิฎก และ อนิสงค์พระไตรปิฎก ในคืนแรก หลังจากที่ชาวบ้านได้แห่ครัวตาน (ไทยทาน) เข้าวัดในตอนเย็น
| ประเพณีของชาวไทลื้อที่เรียกว่า ประเพณีตานธรรม |
|
|
วันที่ ๒ หลังการทำบุญตักบาตรในตอนเช้า ก็จะแสดงธรรมชาดก หรือธรรมนิยายเรื่องต่างๆ ธรรมนิพพานสูตร (ธรรมอุทิศให้คนตาย) , ธรรมชาตา (เพื่อให้เจ้าภาพได้บูชาพระประจำวันเกิดของแต่ละวัน) ตอนกลางคืนก็จะแสดงธรรม ปฐมมาลัย(ตอนพระมาลัยโปรดสัตว์นรก) ทุติยมาลัย (ตอนพระมาลัยโปรดโลกสวรรค์) และอานิสงค์มหาเวชสันดร (กล่าวถึงอนิสงค์ของการฟังธรรมมหาเวชสันดรชาดก)
วันที่ ๓ วันสุดท้าย ตอนเช้ามีการบูชาท้าวทั้งสี่ (จตุโลกบาลทั้ง๔) แล้วก็จะแสดงธรรมมหาเวชสันดรชาดก ๑๓ กัณฑ์ เริ่มจาก กัณฑ์ที่ ๑ ทศพร ในกัณฑ์แรกนี้สำคัญมาก เมื่อพระสงฆ์ ตั้ง นะโม ชาวไทลื้อจะยอข้าว(เรียกว่าข้าวปันก้อน - พันก้อน) เป็นการอธิษฐานจิต พอถึงคำว่า สัมมาสัมพุทธัสสะ.. ชาวบ้านก็จะวางข้าวลงในภาชนะหรือบาตรที่ตั้งไว้หน้าพระประธาน และด้วยเหตุที่การตานธรรมใช้เวลานานถึง 3 วัน 3 คืน จึงต้องใช้ความานะและอดทนอย่างสูงในการฟังธรรม บ้างก็นั่งฟัง บ้างก็นอนฟัง ก็เลยเกิดสุภาษิตล้านนาขึ้นว่า ดักจื้อกื้อ เหมือนลื้อฟังธรรม ( อยู่นิ่ง ๆ และฟังธรรมอย่างตั้งใจ )
มาต่อกันที่ประเพณีการเล้งผี ( เลี้ยงเทวดา ) เป็นการเลี้ยงผีเทวดาที่ปกปักรักษาหมู่บ้านและชาวไทลื้อ ประเพณีนี้จัดทำทุกปี โดยสมัยก่อนและในหมู่บ้านที่เคร่งครัดจะใช้หมูทั้งตัว ส่วนขนาดของหมู จะต้องใช้เชือกขนาด 5 กำมือ โดยนำเชือกมาทบครึ่งแล้ววัดรอบตัวหมู จากนั้นวัดเชือกโดยใช้กำมือเรียงต่อกัน 5 กำมือ แล้วนำเชือกมาคลี่ได้ความยาวของเชือกเท่าไหร่ ก็ต้องใช้หมูตัวขนาดนั้น ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นหัวหมู อาจเพราะความสะดวกสบายในการจัดหา ประเพณีการเล้งผี ( เลี้ยงเทวดา ) จะมีกลุ่มพ่อหมอ กลุ่มผู้เฒ่าผู้แก่ของแต่ละหมู่บ้านเป็นผู้นำในการประกอบพิธี มีการบรรเลงดนตรี และบทร้องเป็นภาษาไทลื้อ หมูหินได้เก็บวิดีโอคลิปไปฝากเพื่อน ๆ ด้วย ลองเปิดดูนะครับ
| ประเพณีการเล้งผี (เลี้ยงเทวดาเมือง) |
|
|
ถัดมาในส่วนของตัวเฮินไทลื้อ ( เรือนไทลื้อ ) ก็มีประเพณีแต่งงานของคู่บ่าวสาวไทลื้อ มีการแห่ขันหมาก และพิธีบายศรีสู่ขวัญคล้าย ๆ กับชาวล้านนา แต่แต่งต่างกันที่ภาษาที่พ่ออาจาร์ยใช้ในการทำพิธีจะเป็นภาษาไทลื้อ และสถานที่ในการจัดงานแต่งงานจะต้องเป็นเฮินไทยลื้อ ( เรือนไทลื้อ ) เท่านั้น
ส่วนบริเวณลานต้นโพธิ์ก็จะมีการตีกลองปูจา การฟ้อนดาบ ฟ้อนหอก เพื่อถือเป็นการเอาฤกษ์ เอาชัย ให้เกิดความอุดม สมบูรณ์ และบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยวได้ชม และเป็นการอนุรักษ์การตีกลองปูจา การฟ้อนดาบ ฟ้อนหอก ให้อยู่เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของชาวไทลื้อต่อไป โดยนักแสดงมีทั้งเด็ก และวัยกลางคน มีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย เป็นภาพที่น่ารัก น่าเอ็นดูอย่างมาก เพราะพวกเขาต่างก็ภูมิใจที่จะแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่านี่คือเอกลักษณ์ของไทลื้อครับ
| วัฒนธรรมไทลื้ออีกแบบเรียกว่า การตีกลองบูจา |
|
|
นอกจากนี้ก็ยังมีการคนขนมปาด ซึ่งเป็นขนมของชาวไทลื้อ และ ชาวล้านนา มีส่วนผสมของแป้ง น้ำอ้อย และเนื้อมะพร้าวขูดเป็นเส้น ๆ ผสมรวมกันในหม้อหรือกระทะใบใหญ่ ต้องใช้เวลาในการเคี่ยวนานมากกว่า 1 วัน และต้องใช้ความสามัคคีของชาวบ้านทุกคนที่ร่วมกันเคี่ยวคนขนมให้เป็นเนื้อเดียวกัน และที่สำคัญวัตถุดิบที่ใช้ในการทำ ล้วนมาจากชาวบ้านทุกครัวเรือน นำมารวมกันคนละนิด คนละหน่อย จนได้เป็นขนมปาดหม้อโต ๆ ในสมัยก่อนจะใช้ใบตองตึงเป็นภาชนะสำหรับใส่ขนมปาดเพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้านทุกคน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นจาน หรือ ชาม
| ภาพขั้นตอนการคนขนมปาด และผ้าทอ ของชาวไทลื้อ |
|
|
จากฝ้ายกลายเป็นเส้น
จากเมล็ดผลิเป็นดอกออกเป็นฝ้าย ปั่นเป็นด้ายทอหูกผูกเป็นผืน
สร้างสีสันลวดลายให้ยั่งยืน ด้วยใจชื่นสืบทอดตลอดมา
เพียงเพื่ออนุรักษ์พิทักษ์ศิลป์ ของท้องถิ่นไทยลื้อที่ลือค่า
ช่วยส่งเสริมเพิ่มวิไลไทล้านนา เชิญประชาพร้อมพรักรักษาเทอญ
ผ้าฝ้ายทอมือถือเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของชาวไทลื้อ และถือเป็นประตูสู่โลกเศรษฐกิจที่ทำให้หลายชาติต่างรู้จักชาวไทยเชื้อสายไทลื้อเพิ่มมากขึ้น ด้วยการผลิตจากฝีมือที่มุ่งมั่นตั้งใจสร้างชิ้นงานด้วยความประณีตงดงาม จึงทำให้ชุดผ้าฝ้ายทอมือของชาวไทลื้อเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในบ้านเราและในต่างเทศ พูดแล้วน่าภูมิใจครับ
ส่วนในช่วงกลางคืนก็มีการประกวดการแต่งกายไทลื้อ 3 วัยและการแข่งขันจุดบอกไฟดอก ( พลุ ) เป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวอย่างมาก การประกวดการแต่งกายไทลื้อ มีผู้เข้าแข่งขันมากมาย ตั้งแต่วัยเด็ก วัยหนุ่มสาว และวัยพ่อบ้าน แม่บ้าน รวมถึงผู้เฒ่า ผู้แก่ ชุดแต่งกายที่ใช้ก็จะเป็นชุดแบบไทลื้อของเมืองต่าง ๆ มากกว่า 10 เมือง สีสันแตกต่างกันออกไป ส่วนเครื่องประดับของแม่หญิงไทลื้อก็จะเป็นเครื่องเงิน ทั้งกำไล สร้อยคอ ต่างหู ปิ่นปักผม สำหรับป้อจายไทลื้อ ก็จะมีสร้อยคอ บ้างก็สะพายถุงย่าม บ้างก็ถือดาบ ถือหอก โพกหัวด้วยผ้าฝ้ายสีขาวและสีชมพูทั้งหญิงและชาย
| ภาพการประกวดการแต่งกายไทลื้อ 3 วัย |
|
|
และไม่มีงานเลี้ยงไหนที่ไม่เลิกราครับ งานสืบสานตำนานไทลื้อ ครั้งที่ ๑๑ สืบสาน ร้อยใจ ไทลื้อ น้อมเกล้าเจ้ามิ่งเมืองครั้งที่ ๑๑ ก็จบลงด้วยความประทับใจของบรรดานักท่องเที่ยวและแขกที่มาร่วมงาน รวมถึงความรักความสามัคคี และความภูมิใจในความเป็นชาวไทลื้อ ของชาวไทลื้อทุกคน แม้ว่างานจะจบลง แต่ภาพที่ยังคงเหลืออยู่ก็คือภาพของความประทับใจที่ไม่อาจลืมครับ
ทริปนี้ต้องขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่เป็นผู้สนับสนุนหลักให้เกิดการจัดงานสืบสานประเพณีที่งดงามนี้ขึ้น ขอบคุณชาวไทลื้อทุกคนที่ได้นำเสนอเรื่องราวดี ๆ ให้โลกได้รับรู้ สุดท้ายหมูหิน.คอมอยากจะฝากเพื่อน ๆ ว่า ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไทย ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เชื้อสาย เผ่าพันธุ์ไหน ถ้าสองเท้าของคุณเหยียบยืนอยู่บนพื้นแผ่นดินสยาม คุณคือคนไทย เราคือไทย ดังนั้นรักและสามัคคีกันไว้ เพื่อสร้างความเป็นปึกให้กับแผ่นดินสยามของเราครับ
| งานไทลื้อครั้งนี้ขอขอบคุณน้องๆไทลื้อและบ้านพักของพี่์เทพ ททท.กรุงเทพ |
|
|
สุดท้าย และท้ายสุดที่ลืมไม่ได้เลยก็คือขอขอบคุณ
นครพจน์ โฮม สไตล์ บ้านพักสุดน่ารัก สไตล์ไทลื้อ ที่มอบบ้านพักให้ทีมงานหมูหิน.คอม พักตลอดทริป เป็นบ้านไม้สไตล์ไทลื้อที่สุดแสนน่ารัก และสุดแสนโรแมนติก โดยเฉพาะในห้องน้ำขอบอกว่า เก๋ สุด ๆ ภายในบ้านมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ตกแต่งได้อย่างสวยงามและกลมกลืนกับธรรมชาติ รอบ ๆ บ้านเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับหายาก เบ่งบานรับแสงอาทิตย์ แถมบรรยากาศก็ดีสุด ๆ โดยเฉพาะในตอนเช้านั่งจิบกาแฟหอม ๆ พร้อมกับชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ระเบียงบ้าน มีความสุขสุด ๆ ครับ หากเพื่อน ๆ คนไหนมีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวที่อำเภอเชียงคำ ก็อย่าลืมที่จะเข้าไปพักที่ นครพจน์ โฮม สไตล์ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนครับ
| ภาพบรรยากาศแห่เขยใหม่ และประกอบพิธีแต่งงานแบบไทลื้อ |
|
|

กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
1600 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
|