เรื่อง
..ภูแว
อลังการขุนเขาเมืองน่าน
เมืองน่าน เป็นส่วนของแผ่นดินล้านนาตะวันออก
ที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ยังสมบูรณ์แบบ
มีดอยภูคาเป็นผืนป่าที่สมบูรณ์
เราคงได้ชื่อเสียงของดอกชมพูภูคา
เป็นพันธุ์ไม้ที่หายากอีกชนิดหนึ่งของเมืองไทย
พบเฉพาะดอยภูคาเท่านั้น
ในพื้นที่ของเทือกดอยภูคา
ยังมีขุนดอยที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง คือ ดอยภูแว ที่มีระดับความสูง 1,837 เมตร จากระดับน้ำทะเล
เป็นเทือกเขาที่มีความงดงามมีลักษณะเป็นทุ่งหญ้า ป่าหิน
มีพรรณไม้ที่แปลกๆ อาจจัดว่าเป็นป่ากึ่งอัลไพน์
ภูแว สัณฐานภูมิประเทศที่สวยงาม
จึงกลายเป็นจุดดึงดูดใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปสัมผัสธรรมชาติบริสุทธิ์
ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น แม้ว่าจะขุนเขาดอยสูงก็ตามที
คนที่มีใจรักธรรมชาติก็มุ่งแสวงหาทางขึ้นไปอย่างไม่ย่อท้อ
การเดินทางสู่ดอยภูแว
ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา
เราต้องใช้เจ้าหน้าที่ป่าไม้นำทางขึ้นไป
และต้องขึ้นไปพักค้างแรมแบบแค้มปิ้งกัน 1 คืน รวมเวลาที่ใช้ก็ 2 วัน 1 คืน
ก็เพียงพอกับการศึกษาธรรมชาติบนดอยสูงแห่งนี้ได้อย่างเต็มที่
เริ่มต้นจากจังหวัดน่าน ก็เดินทางไปยังอำเภอปัว
แล้วขึ้นไปยังอำเภอบ่อเกลือ ผ่านที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา
ยังไม่ทันไรก็ตั้งท่าเก็บเงินเข้าอุทยานฯ เสียแล้ว
ใครที่ไม่เที่ยวก็ต้องแจ้งที่ด่านว่าเราไปธุระที่อื่น
ไม่ได้เข้าไปเที่ยว มิเช่นนั้นอาจถูกเงินไปเปล่าๆ
ระหว่างทางผ่านต้นชมพูภูคา
ซึ่งช่วงจะมีดอกผลิบานก็เป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์
แล้วไปยังอำเภอบ่อเกลือ
แวะชมการทำเกลือภูเขาแบบฉบับดั้งเดิมกันซะหน่อย
จากนั้นก็แยกซ้ายไปยังบ้านด่าน
ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะออกไปห้วยโก๋น
ก่อนถึงบ้านด่านเล็กน้อย
เราจะพบกับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติภูแว อยู่ทางด้านซ้ายมือ
เป็นจุดเริ่มของการเดินป่าสู่ยอดภูแวที่มีความสูง 1,837 เมตร จากระดับน้ำทะเล
เป็นเส้นทางสู่ธรรมชาติบริสุทธิ์ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง
การเตรียมตัวขึ้นยอดภูแว
เราต้องมีการเตรียมอุปกรณ์แค้มปิ้งไปให้ครบถ้วน เต็นท์ ถุงนอน
เครื่องหนาว เสบียงอาหาร และน้ำดื่ม
เนื่องจากด้านบนยอดเขาจะไม่มีแหล่งน้ำอย่างใดเลย
เรื่องจะอาบน้ำนั้น ไม่ต้องพูดถึงกันเลย ซักแห้งอย่างเดียว
ควรมีผ้าเย็นติดไปด้วย
จะช่วยทำความสะอาดร่างกายได้เหมือนอาบน้ำ
ประกอบกับอากาศหนาวเย็นมาก
จึงจำเป็นต้องตรียมเครื่องกันหนาวให้เพียงพอด้วย
ถ้าเราต้องการลูกหาบช่วยแบกสัมภาระก็สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่หน่วยแห่งนี้ได้
จะมีชาวบ้านปู่ดู่ ที่อยู่ข้างบนเขาจะมาเป็นลูกหาบ
แต่เราต้องเดินขึ้นเขาบ้านหมู่บ้าน
แล้วจึงไปบอกให้ลูกหาบมาช่วยแบกสัมภาระตามขึ้นไป
เริ่มเดินเท้าจากหน่วยย่อยด้านล่างไปตามเส้นทางลำลองสู่บ้านปู่ดู่
ที่เป็นหมู่บ้านชนเผ่าลัวะ ใช้เวลาเดินประมาณ 1.20 ชั่วโมง เป็นความเร็วของคนเดินป่าระดับมาตรฐานที่ไม่เร่งรีบ
เมื่อถึงบ้านปู่ดู่แล้ว
เจ้าหน้าที่จะติดต่อหาลูกหาบช่วยแบกสัมภาระต่างๆ
ที่วางอยู่ที่หน่วย
ระดับชาวบ้านที่เป็นมืออาชีพเดินป่าอยู่แล้ว
จะลงไปเอาสัมภาระข้างล่าง แล้วจะตามพวกเราขึ้นมาทันที
และจะไปทันในระหว่างทางก่อนขึ้นยอดภูแว
จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ
อีกทั้งบอกแหล่งน้ำสุดท้ายที่เราต้องเตรียมน้ำไปให้เพียงพอ
สำหรับการพักค้างแรมบนยอดเขา ป้ายบางป้ายเขียนไว้เสียน่ารัก ใกล้ตา
ไกลตีน นั้นเป็นความหมายที่ชัดเจนที่สุดสำหรับนักเดินป่า
แม้จะไกลแค่ไหน เราต้องไปให้ถึง
สำหรับยอดภูแวก็น่าจะทำได้เสมอสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติป่าเขา
เส้นทางเดินป่าสู่ยอดภูแว มีลักษณะเป็นป่าโล่ง
เดินตามเส้นเขาที่ทอดยาวเชื่อมต่อกันตลอด
จะมีช่วงลาดชันอยู่บ้าง แต่ไม่ชันเหมือนกับดอยอื่นๆ
สภาพธรรมชาติเป็นป่าเบญจพรรณ
มีการปล่อยฝูงวัวให้หากินหญ้าตามธรรมชาติจนกระทั่งมองเห็นยอดเขาที่เป็นทุ่งหญ้า
คล้ายกับเขาหัวโล้น
และอีกไม่นานเราก็มาถึงลานตั้งแค้มป์ที่อยู่เชิงยอดภูแว
ซึ่งเป็นทำเลที่ดีที่สุด
ทว่าลมค่อนข้างแรงที่พัดเอาเต็นท์แทบจะปลิวไปเลย
เราต้องปักสมอบกให้แน่นหนา
บริเวณเชิงยอดเขาที่เป็นลานโล่ง
อิงแอบกับยอดภูแวที่มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าปกคลุม
และยังพบป่าหินปูนผุดโผล่ขึ้นมามากมาย
รวมไปถึงแนวสันเขาที่ทอดยาวลงไปยังภูแวน้อยที่อยู่ด้านล่าง
ยามเย็นเราก็ได้ขึ้นไปชมยอดภูแวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบด้าน
ทางด้านตะวันออกจะเป็นแนวเทือกเขาหัวโล้นที่มีร่องรอยการทำไร่
ราวกับว่าใครมาปะผุบนผืนดอย ข้ามสันดอยออกไปจะเป็นเขตประเทศลาว
แนวเทือกเขาด้านตะวันออกนี้จะเป็นแนวเขตแดนไทย-ลาว
โดยมีเทือกเขาหลวงพระบางเป็นเส้นเขตแดน
ทางด้านเหนือจะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน
ส่วนทางด้านใต้จะเป็นสันดอยหินปูนที่ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้า
ทอดยาวเชื่อมต่อกันไปถึงยอดภูแวน้อย
มองเห็นป่าหินโผล่ขึ้นมาจากทุ่งหญ้า และมองเห็นหน้าสูงชันด้วย
สภาพธรรมชาติโดยรวมๆ
แล้วจะมีลักษณะเป็นป่าหินที่คล้ายกับดอยเชียงดาว ที่เชียงใหม่
ส่วนทางด้านตะวันตกจะมีหุบผาชันลึกลงไป
ชะเง้อมองที่ริมผาสามารถมองเห็นกำแพงผาขนาดกว้างใหญ่
ในช่วงยามเย็นที่มีแสงสีทองสาดเข้าหา
ก็จะแลดูงดงามไม่น้อยทีเดียว
ผ่านช่วงเวลาความสวยงามในยามเย็นแล้ว
ความมืดค่อยๆ โอบคลุม สายลมหนาวเริ่มแรงขึ้น
ทำให้เราต้องรีบเข้าเต็นท์ไปตั้งแต่หัวค่ำ
ช่วงเช้าตรู่ที่ท้องฟ้ากำลังขับสีสันออกมาจากขอบฟ้าด้านตะวันออก
เราก็ได้ขึ้นยอดเขาอีกครั้ง เพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้น
และอาจได้พบกับทะเลหมอกที่สวยงามด้วย
ถ้าสภาพอากาศท้องฟ้าแจ่มใสเราสามารถได้พบเห็นภาพธรรมชาติที่สวยงามรอบด้าน
ท้องฟ้าในยามเช้าค่อนข้างสดใส พระอาทิตย์สีส้มค่อยๆ
เคลื่อนคล้อยขึ้นจากขอบฟ้า
แต่งเติมความงดงามให้กับยอดภูแวให้เกิดเป็นความงามที่ลงตัวมากขึ้น
ประกอบทุ่งหญ้าสีทองแลดูตระการตา
ปะปนไปกับป่าหินที่เป็นเอกลักษณ์ของยอดภูแห่งนี้
ในบริเวณป่าหินเรายังพบกับพืชพรรณไม้แปลกๆ
เป็นจำพวกกุหลาบหินที่ผลิดอกบานอยู่ตามซอกหินปูน
บางแห่งเราได้พบกุหลาบป่าที่มีลักษณะคล้ายกับกุหลาบบ้านมากทีเดียว
นอกจากนี้ก็ยังมีดอกไม้ป่าที่ขึ้นตามช่วงฤดูกาลต่างๆ ด้วย
และน่าเป็นที่วิตกว่า ฝูงวัวที่ชาวบ้านปล่อยมาหากินในป่า
อาจขึ้นมากินหญ้า และพืชพรรณไม้บนยอดภูแว
อาจก่อให้เกิดความเสียหายตามมา
อีกทั้งยังเป็นมลภาวะขี้วัวกระจายไปทั่วดอย และที่สำคัญคือ
จำพวกริ้น ไร เหลือบ ที่อยู่กับวัว
จะสร้างความรำคาญแก่นักท่องเที่ยวไม่น้อยทีเดียว
ยอดภูแวที่ได้พบกับธรรมชาติความสวยงามที่เกิดขึ้นตามช่วงฤดูหนาว
โดยเฉพาะการชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก
รวมถึงการศึกษาพืชพรรณไม้ของภูแวแห่งนี้
นับว่าเป็นยอดดอยที่ผู้รักธรรมชาติควรไปสัมผัสดูสักครั้ง
ข้อมูลการเดินทาง
-รถยนต์น่าน
อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 668 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายกรุงเทพฯ- นครสวรรค์-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์- เด่นชัย- แพร่-น่าน
ใช้เวลาเดินทางราว 8 ชั่วโมง
-รถโดยสารจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิตใหม่) บขส. มีทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ
วันละหลายเที่ยวทุกวัน โทร. 0-2936-3659, 0-2936-3666
- บริษัทสมบัติทัวร์
โทร. 0-2282-3938, 0-2936-2495-9, 0-2936-3720
- บริษัทแพร่ทัวร์ โทร 0-2245-1697, 0-2248-2326,
0-2936-3720
- บริษัทเชิดชัยทัวร์
โทร. 0-2936-0199
-จากเชียงใหม่ (สถานีขนส่งอาเขต) มีธรรมดาและรถปรับอากาศทุกวัน ติดต่อที่บริษัทไทยพัฒนกิจขนส่ง
โทร. 0-5324-2214-5, 0-5324-6503
-รถไฟจากสถานีหัวลำโพงทุกวัน
และ มีบริการแวะค้างคืนที่เด่นชัยจังหวัดแพร่ ก่อนจะต่อรถเมล์
อีกประมาณ 146 กม. มาถึงตัวเมืองน่าน
โปรแกรมการเดินป่า เส้นทางเดินป่ายอดภูแว จะมีให้เลือก 2 วัน 1 คืน
การติดต่อ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ตู้ ป.ณ.8 อ.ปัว จ.น่าน 55120 โทร.0 5470 1000, 0 5473 1362แฟกซ์
โทร.0 5473 1362
ช่วงฤดูกาลที่ควรเที่ยว เป็นช่วงหน้าหนาวตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์
เรื่องและภาพ โดย
ภูฟ้า

ศูนย์รวมป้ายทุกอย่าง บอกไว้ชัดเจน |
|