|
หมูหินมาแล้วค่า มาพร้อมกับทริปพิเศษๆของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและน้องครึกครื้น ชวนเที่ยวฉึกฉักทัวร์ ทริปนี้เค้าพาไปเที่ยวใกล้ๆกรุงเทพฯ เดินทางสบายๆกับเส้นทาง กรุงเทพฯ นครปฐม ด้วยขบวนรถไฟสุดพิเศษที่ได้ renovate ใหม่ให้คนรักการท่องเที่ยวทางรถไฟได้ประทับใจกับความแปลกใหม่ ตั้งแต่ภายนอกที่มีสีสันสะดุดตา มองแล้วชวนให้อยากเข้าไปสัมผัส ว่าแล้วไม่รอช้ารีบไปจับจองที่นั่งกันดีกว่า
ก่อนอื่นหมูหินขอพาเยี่ยมชมขบวนรถไฟที่ปรับปรุงใหม่สุดหรูหรา ที่มี มีจำนวน 2 โบกี้ด้วยกัน ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดขึ้นมาเพื่อเป็นขบวนรถไฟพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว ที่แบ่งเป็น โบกี้โดยสาร จำนวน 72 ที่นั่ง และ โบกี้สันทนาการ จำนวน 40 ที่นั่ง รวมเป็น 112 ที่นั่ง ขอบอกว่านั่งสบายมากค่ะ เพราะได้มีการจัดเบาะที่นั่งและผ้าม่านใหม่เอี่ยม แอร์ก็เย็นฉ่ำทำให้การเที่ยวด้วยรถไฟไม่ต้องทนกับอากาศร้อนอีกต่อไป เดินไปที่ห้องสุขาเราลืมภาพเก่าๆของห้องน้ำเดิมๆไปได้เลยค่ะ เพราะห้องสุขาที่นี่สะอาดและรับรองว่าปลอดภัย พอเดินไปอีกหน่อยก็จะมีเคาน์เตอร์เครื่องดื่ม มีทั้งน้ำผลไม้ น้ำเปล่าเย็นๆ หรือกาแฟร้อนๆ ขนมอร่อยๆเรียกได้ว่าอิ่มกันตลอดทางเลยค่ะ ตรงข้ามเคาน์เตอร์เครื่องดื่มก็จะเป็นเคาน์เตอร์ชมวิวทิวทัศน์ที่สามารถนั่งจิบกาแฟพร้อมกับชมวิวเพลินๆควบคู่กันไป แหม! ได้อรรถรสจริงๆ สำหรับการท่องเที่ยวที่ขาดไม่ได้คือเครื่องเสียงที่มีการเชื่อมต่อสัญญาณเสียงที่สามารถฟังได้พร้อมกันทั้ง 2 โบกี้ ไม่เพียงเท่านี้ยังมีความบันเทิงอีกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งนอกจากการดูหนัง ฟังเพลงแล้ว กิจกรรมที่สมัยนี้เป็นที่นิยมกันทุกเพศทุกวัยก็ได้จับยกมาไว้บนขบวนรถไฟสุดหรรษาขบวนนี้แล้วค่ะ นั่นคือ การจัดห้องคาราโอเกะ ซึ่งสามารถจุได้ถึง 10 คน พร้อมเมนูเพลงที่มีให้เลือกนับพันๆเพลง นอกจากนี้เค้ายังมีการตกแต่งและปรับปรุงทั้งภายนอก ด้วยการติดสติ๊กเกอร์ภาพสถานที่เที่ยว งานประเพณีและวัฒนธรรม บ่งบอกให้รู้ว่ารถไฟขบวนนี้พร้อมเสิร์ฟความสุข สุดหรรษาให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มอิ่ม
นี่ขนาดยังไม่เริ่มทริปก็สนุกขนาดนี้ งั้นเราเพิ่มความสุขกับแหล่งท่องเที่ยวที่แรกเลยดีกว่าค่ะ ฉึกฉัก...ฉึกฉัก ปู้น...ปู้น
เมื่อรถไฟเคลื่อนขบวนออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพงได้ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็มาหยุดอยู่ที่สถานีจ.นครปฐม ซึ่งอยู่ใกล้กับพระปฐมเจย์ดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ข้านของ เมืองนครปฐม ซึ่งรถทัวร์ของเราก็จอดอยู่ในบริเวณวัดนั่งเอง สถานที่แรกที่เราไปคือ
ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาไทย ปิยะชนก ซึ่งเป็นศูนย์ฯที่เป็นชุมชนชาวไทยทรงดำ ที่อพยพจากเพชบุรีมาตั้งถิ่งฐานอยู่บริเวณนี้มาช้านาน เมื่อเราลงมาจากรถ ก็มีน้องๆแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองมาฟ้อนรำต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม ภายในศูนย์เรียนรู้มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายที่เป็นภูมิปัญญาไทยดั้งเดิม ได้เรียนรู้วัฒนธรรมชาวไทยทรงดำ การกินอยู่อย่างไทย ต้านภัยวิกฤตอาหารโลก อาหารพื้นบ้านผักสวนครัวรั้วกินได้ เรียนรู้เกี่ยวกับ เครื่องหอมไทยทรงดำ เช่น การหยอดแป้งพวง เทียนอบขนม เครื่องแต่งกาย เครื่องนุ่งห่ม ซึ่งบรรยากาศเป็นแบบเรียบง่าย ร่มรื่น เหมาะสำหรับการพักผ่อน ชาวบ้านต้อนรับด้วยความยิ้มแย้ม อัธยาศัยดีกันทุกคน
หลังจากสัมผัสบรรยากาศสบายๆแบบชาวบ้านๆแล้ว เราก็เดินทางสู่พระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งเป็นพระราชวังที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เพื่อเป็นสถานที่ประทับครั้งมานมัสการองค์พระปฐมเจดีย์และเมื่อบ้านเมืองถึงยามวิกฤต ภายในพระราชวังสนามจันทร์ มีพระที่นั่ง พระตำหนักที่สวยงามและมีความสำคัญมากมาย แต่ในทริปนี้ คุณเจ้าหน้าที่ใจดี ได้นำชมเป็นบางส่วน ได้แก่
- พระที่นั่งพิมานปฐม เป็นพระที่นั่งองค์แรกในบริเวณของพระราชวังสนามจันทร์ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้นแบบตะวันตก แต่ดัดแปลงเพื่อให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศเมืองร้อน สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2450 พระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นที่ประทับ ที่ทรงพระอักษร ที่เสด็จออกขุนนาง ที่รับรองพระราชอาคันตุกะ และที่ออกให้ราษฎรเข้าเฝ้าฯ โดยเฉพาะก่อนเสด็จฯ ขึ้นเถลิงถวัลย์ราชย์สมบัติ จนถึงปี พ.ศ. 2458 มากกว่าพระที่นั่ง และพระตำหนักองค์อื่น ๆ
-
พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์
เป็นพระตำหนักที่โดดเด่นที่สุดในหมู่พระตำหนักและพระที่นั่งในพระราชวังสนามจันทร์ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสนามใหญ่ สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2451 โดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรร กฤดากร เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ จุดเด่นของพระตำหนักองค์นี้คือสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะคล้ายกับปราสาท ซึ่งเป็นการผสมระหว่างศิลปะเรอเนซองส์ของฝรั่งเศส กับอาคารแบบฮาล์ฟ ทิมเบอร์ของอังกฤษ แต่ดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2458
- พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ ในพระราชวังสนามจันทร์ เป็นพระตำหนัก ๒ ชั้น สร้างด้วยไม้สักทอง ทาสีแดง มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก ของประเทศทางตะวันตก แต่ได้มีการปรับปรุงองค์ประกอบบางส่วน ให้เหมาะกับภูมิอากาศแบบเมืองร้อน พระตำหนักองค์นี้ สร้างขึ้นคู่กับพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ โดยมีฉนวนทางเดินทำเป็นสะพาน จากชั้นบนด้านหลังของพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ข้ามคูน้ำเชื่อมกับชั้นบนด้านหน้าของพระตำหนักมารีฯ สะพานดังกล่าวหลังคามุงกระเบื้อง และติดหน้าต่างกระจกทั้งสองด้าน ตลอดความยาวของสะพานที่เชื่อมติดต่อถึงกัน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักนี้ ในราวปีพุทธศักราช ๒๔๕๙ โดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรร กฤดากร เป็นสถาปนิกออกแบบ จุดเด่นของพระตำหนักองค์นี้คือ หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องว่าวสีแดง ทาสีแดงทั้งหลัง มีเสาไม้กลม ตกแต่งด้วยไม้แกะสลักเป็นลวดลายประกอบที่ฐานและหัวเสา
- พระตำหนักทับขวัญ เป็นเรือนไทยภาคกลางที่อาจเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบที่สุด และเป็นแบบอย่างของสถาปัตยกรรมเรือนไทยชั้นครูที่ยังคงลักษณะของเรือนไทยภาคกลาง ฤทัย ใจจงรัก อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้วิจัยเรื่อง "เรือนไทยเดิม" กล่าวว่า "เรือนทับขวัญ ถือว่าเป็นฝีมือครู ซึ่งเป็นแบบฉบับให้อนุชนรุ่นหลังไปศึกษาค้นคว้าได้ดีที่สุด เรือนนี้อยู่ในประเภทเรือนคหบดีและมีส่วนประกอบครบ" พระตำหนักทับขวัญตั้งอยู่ภายในพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม นายช่างผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างคือ พระยาวิศุกรรมศิลป์ประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี)
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อรักษาศิลปะบ้านไทยแบบโบราณและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดการพระราชพิธีขึ้นพระตำหนักใหม่ เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2454 พระองค์ได้ประทับแรม ณ พระตำหนักองค์นี้เป็นเวลา 1 คืน และเมื่อมีการซ้อมรับเสือป่า พระตำหนักองค์นี้ใช้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการเสือป่าราบหนักรักษาพระองค์ ปัจจุบัน ภายในพระตำหนักใช้จัดแสดงพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจด้านไทยศึกษาของพระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
อนุสาวรย์ย่าเหล
(ประมาณ พ.ศ. 2465?) ย่าเหล เป็นสุนัขพันทางที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเลี้ยง และทรงโปรดปรานเป็นอย่างยิ่ง ภายหลังถูกลอบยิงจนตาย รัชกาลที่ 6 ทรงโทมนัสเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานศพ และสร้างอนุสาวรีย์ย่าเหลขึ้น ทั้งยังทรงพระราชนิพนธ์คำกลอนไว้อาลัยแก่ย่าเหลด้วย
ขอบคุณข้อมูลจากวิกิพีเดีย
นอกจากน้ยังมีพระที่นั่งและพระตำหนักอื่นๆอีกหลายที่ เช่น พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี พระที่นั่งวัชรีรมยา พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ พระตำหนักทับแก้ว เทวาลัยคเณศร์ เรือนพระยานนทิการ เรือนพระธเนศวร เรือนทับเจริญ
หลังจากกลับจากพระราชวังสนามจันทร์เราก็เราทางกลับสู่สถานีรถไฟสถานีนครปฐมเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯด้วยขบวนรถไฟสุดหรูขบวนเดิม พร้อมรับของว่างเป็นเบเกอร์รี่ชุดใหญ่ รับเครื่องดื่มตามอัธยาศัยที่เคาน์เตอร์ และพักผ่อนรับแอร์เย็นฉ่ำพร้อมความประทับใจ
และถ้าใครสนใจการท่องเที่ยวด้วยรถไฟ ก็มีเส้นทางอื่นๆอีกมากมายให้ได้ติดตามกัน สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สายด่วนท่องเที่ยวทั่วไทย
1672
หรือ สายด่วนรถไฟ 1690
อย่าลืมนะคะ เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก

กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
1600 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0 2250 5500 ต่อ 4520-22 โทรสาร 0 2250 5681-3 http://thai.tourismthailand.org E mail : prdiv@tat.or.th
หมูหิน.คอม คิดจะเที่ยวเว็บเดียวก็พอ...ภาพ เรื่อง และวีดีโอ โดย ทีมงานหมูหิน.คอม
|