จังหวัดเลยเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมายทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างภูเรือ
ภูกระดึง ที่ทุกคนรู้จักกันดีและยังมี
สถานที่อื่นๆอีกมากมาย
ร่วมทั้งสถานที่ยอดฮิตติดอัดับในปัจจจุบันอย่าง
เชียงคาน บรรยากาศบ้านไม้ชายโขง
นอกจากนี้เลยยังมีศิลปะ และประเพณีที่ดดเด่นและแตกต่างจากที่อื่นอย่างการละเล่นผีตาโขน
ดังนั้นวันนี้เราจะพาเพื่อนๆมาที่พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน
เพื่อศึกษาถึงประวัติความเป็นมาและที่นี่ยังมีวิธีการทำผีตาโขนให้เรียนรู้กันอีกด้วย
(ชาวบ้านนิยมเรียกว่าวัดโพน)
ตั้งอยู่บนเนินสูงทางทิศใต้ของอำเภอด่านซ้าย
ห่างจากที่ตั้งที่ว่าการอำเภอประมาณ
1 กิโลเมตร
ห่างจากลำน้ำหมันประมาณ 300
เมตร
สำหรับน้ำหมันตรงนั้น เรียกว่าวังเวิน
บริเวณที่ตั้งวัดเป็นรูปเนิน
มีเรื่องเล่าว่าดินเนินเป็นมูลขุยของพญานาค
มีรูจากศูนย์กลางลงไปที่ท่าวังเวิน
รูนี้เรียกว่ารูพญานาค
ที่รูนี้สมัยเก่าแก่ได้สร้างพระวิหารครอบเอาไว้
และสร้างพระพุทธรูปประธานองค์ใหญ่ตรงรูพญานาคนั้นไว้
พญานาคได้บุรูขึ้นมาอีกหลังพระพุทธรูปใหญ่ในพระวิหาร
ปรากฏมีรอยโคลนตมของพญานาคที่ฟาดหางเปื้อนฝาผนังและที่หลังพระพุทธรูป
ขณะนี้ได้กลบรูพญานาคที่ขึ้นมาฟาดหางหลังพระพุทธรูปนั้นได้หลายปีแล้ว
(บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นผู้เล่า)
วัดโพนชัย
เป็นวัดคู่เมืองของอำเภอด่านซ้ายสร้างขึ้นพร้อมกับพระธาตุศรีสองรัก
ประมาณ พ.ศ. 2103
เข้าใจว่าพระเถระของกรุงศรีอโยธยา
5 ตน
และจากกรุงศรีสัตนาคณหุต 5
ตน ที่ทำสัตยาบัน
(หล่อน้ำสัจจาตามศิลาจารึก)
สร้างพระธาตุศรีสองรักได้มาพำนักอยู่ที่วัดนี้
จึงมีพระธาตุศรีสองรักจำลอง
อยู่ทางทิศใต้ของพระวิหาร 1
องค์ ขนาดกว้าง
3.75 เมตร สูง
15 เมตร
ที่วัดนี้มีการทำบุญมหาชาติในเดือน
7
หลังจากเสร็จงานพระธาตุศรีสองรักเป็นประจำทุกปีไม่ขาด
มีเจ้าพ่อกวน เจ้าพ่อแสน
เจ้าแม่นางเทียมและแม่นางแต่งทุกคนเป็นเจ้าภาพจัดงานบุญเทศน์มหาชาติ
แต่ละปีตามประเพณีสืบต่อกันมา
ชาวบ้านเรียกว่าบุญหลวง
ในงานนี้จะมีผีตาโขนเล็ก
ผีตาโขนน้อยมาเล่นในงานนับร้อย
ปัจจุบันวัดโพนชัยเป็นสถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด้วย
ตัวพิพิธภัณฑ์เป็นบ้านเรือนไม้
จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองด่านซ้าย
นิทรรศการผีตาโขน
การสาธิตทำหน้ากากผีตาโขนและสินค้าของที่ระลึกผีตาโขนในรูปแบบต่างๆ
สามารถเข้าชมและเลือกซื้อสินค้าได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์
เวลา
09.00-17.00
น.
นอกจากนี้ยังมีอุโบสถ
ซึ่งเป็นฝีมือของช่างท้องถิ่น
และพระธาตุศรีสองรักจำลอง
ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานบุญพระเวสและงานบุญต่าง
ๆ รวมทั้งการจัดงานประเพณีบุญหลวง
และการละเล่นผีตาโขนอีกด้วย
สอบถามข้อมูลได้ที่
ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอด่านซ้าย
โทร.
0 4289 1094
แม้ผีตาโขนจะเป็นการละเล่นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวอีสาน
แต่ทุกวันนี้ก็หาชมได้ยาก
ที่ยังเหลืออยู่และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศคือ
ผีตาโขนที่ อ. ด่านซ้าย
อันเป็นเอกลักษณ์ของ จ.
เลยไปแล้วในปัจจุบัน
ที่มาของการแห่ผีตาโขนนั้น
ชาวบ้านเชื่อกันว่า
เมื่อครั้งที่พระเจ้ากรุงสัญชัยกับพระนางผุสดีไปเชิญเสด็จพระเวสสันดรกับพระ
นางมัทรีกลับเมืองนั้น
คนป่าหรือผีป่าที่เคยปรนนิบัติและเคารพรักพระเวสสันดรได้ร่วมขบวนแห่แหนไป
ด้วย
ผีตาโขนก็คือภาพจำลองของคนป่าหรือผีป่าเหล่านั้น
ปัจจุบันงานแห่ผีตาโขนจึงจัดให้มีขึ้นในงานประเพณีบุญพระเวสและงานบุญบั้งไฟ
ในช่วงเดือน ๗ หรือราวเดือนมิถุนายน
ด้วยความสำคัญดังกล่าวจึงมีการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองด่านซ้าย
(พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน)
ขึ้นที่วัดโพนชัยในปี พ.ศ. ๒๕๔๘
ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ
นอกจากจะจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับผีตาโขนเป็นหลักแล้ว
ยังรวบรวมข้อมูลด้านประวัติศาสตร์
ความเชื่อ ประเพณี และวัฒนธรรมต่างๆ
ของ อ. ด่านซ้ายจัดแสดงไว้ด้วย
ที่สำคัญก็เช่นตำนานพระธาตุศรีสองรัก
สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างลาวกับไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา
สิ่งน่าสนใจอีกสิ่งหนึ่งคือการสาธิตการทำหน้ากากผีตาโขนให้นักท่องเที่ยวได้ชม
ผีตาโขนมีสองแบบ แบบแรกคือผีตาโขนเล็ก
เป็นแบบที่เราเห็นชาวด่านซ้ายจำนวนมากแต่งร่วมไปในขบวนแห่
อีกแบบคือผีตาโขนใหญ่
เป็นหุ่นโครงไม้ไผ่สานขนาดใหญ่กว่าตัวคนประมาณ
๒ เท่า
เวลาแห่ต้องมีคนเข้าไปอยู่ในตัวหุ่น
แต่ละปีจะมีการทำผีตาโขนใหญ่เพียง ๒
ตัว เป็นเพศชาย ๑ ตัว และหญิง ๑ ตัว
ส่วนหน้ากากผีตาโขนทำจากวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น
คือหวดนึ่งข้าวเหนียวที่นำมาหักพับให้มีลักษณะคล้ายโครงหมวกเพื่อสวมครอบ
ศีรษะได้
แล้วนำหน้ากากที่ทำจากส่วนโคนกาบมะพร้าวมาเย็บติดกับโครงหวด
จากนั้นก็เจาะช่องตา ติดจมูก ติดเขา
ตกแต่งให้สวยงามด้วยสีน้ำมันและเศษผ้าสีสันฉูดฉาด
เอกลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของผีตาโขน
คือดาบไม้และหมากกะแล่งลักษณะคล้ายกระดิ่งซึ่งจะแขวนไว้บริเวณบั้นเอว
เมื่อผีตาโขนโยกตัวส่ายสะโพกจะเกิดเสียงดังเข้ากันเป็นจังหวะ
ผีตาโขนอยู่เคียงคู่กับเมืองด่านซ้าย
เพื่อนๆ มาเที่ยวเมืองด่านซ้าย
ก็อย่าลืมแวะชมพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนนะ...จะบอกให้ |