|

เรื่อง
.หนาวนี้ที่โคกนกกระบา
ป่าภูหลวง
ภูหลวง
เป็นเทือกภูหินทรายที่มีระนาบหน้าตัด ทอดตัวยาวจากเหนือจรดใต้
ที่กว้างใหญ่ไพศาลกว่า 140
ตารางกิโลเมตร
มีพื้นที่มากกว่าภูกระดึงเกือบสามเท่า
มีสภาพสังคมป่าที่หลากหลายทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าสนเขา
ป่าไม้พุ่ม ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า
ที่สำคัญก็คือบนพื้นที่ราบยอดตัดของภูหลวงมีสายน้ำสาย
ยังมีภูเขาลูกใหญ่ตั้งตระหง่านซ้อนอยู่กลางที่ราบยอดตัดอีกสองลูกคือ
ภูยองภู
(1,562
เมตรจากระดับน้ำทะเล)
กับ
ภูขวาง
(1,571 เมตรจากระดับน้ำทะเล)
ภูหลวงจึงจัดว่าเป็นแหล่งอาศัยที่สำคัญของกล้วยไม้ป่าที่เป็นพืชเฉพาะถิ่น
(Endemic)
อยู่มากมายหลายชนิด
แม้กระทั่งในปัจจุบันและอนาคตที่มีการค้นพบกล้วยไม้ชนิดใหม่ของโลก
เป็นแหล่งพฤกษศาสตร์ที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งของเมืองไทย
หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น ที่สุด
ของเมืองไทยได้เลย
ป่าภูหลวงมีชื่อเสียงกระฉ่อนนามว่า
มรกตแห่งอีสาน
กระทั่งมีการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเต็มรูปแบบทางด้านอำเภอวังสะพุง
ต่อมาก็ได้ปิดอย่างเป็นทางการ
จนเป็นที่น่าเสียดายสำหรับคนรักธรรมชาติ
ที่พลาดโอกาสขึ้นไปชมความสวยงามทางด้านธรรมชาติและพืชพรรณของป่าภูหลวง
กระนั้นแล้วทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่เข้มข้น
ก็ยังจัดแบ่งพื้นที่ให้คนรักธรรมชาติได้เข้าไปศึกษาธรรมชาติได้ในเส้นทางหน่วยฯ
โคกนกกระบา โดยให้เข้าไปได้ตั้งแต่ช่วงฤดูหนาวจนถึงฤดูร้อน
และเป็นเส้นทางรถยนต์ที่เข้าไปถึงหน่วยฯ โคกนกกระบาด้วย
ไม่ต้องเดินเท้าขึ้นเขาเหมือนกับเส้นทางอื่นๆ
หน่วยโคกนกกระบา
มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นเส้นทางผาช้างผ่าน
ผาสมเด็จ ผาเตลิ่น และเส้นทางลานสุริยันต์ โคกกระบา
ที่ถือว่าเป็นแหล่งพันธุ์
กล้วยไม้ที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งของผืนป่าภูหลวง
ลักษณะความหลากหลายของกล้วยไม้ได้เกิดขึ้นช่วงฤดูกาล
ในเส้นทางไปยังผาเตลิ่น เราควรเริ่มจากช่วงเวลาเช้าตรู่
ด้วยการไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาช้างผ่านหรือผาสมเด็จ
ต่อมาก็เดินเท้าไปยังผาเตลิ่นที่ระหว่างทางเราจะพบกับทุ่ง
กุหลาบขาว
(Rhododendron lyi )
ที่ผลิบานสะพรั่งอยู่ทั่วลานภู
และยังกล้วยไม้ที่น่าสนใจในช่วงแล้ง อย่างเช่น
ครั่งแสด
(Dendrobium
Unicum)
เอื้องตาเหิน ขึ้นอยู่ตามพุ่มไม้อยู่ด้วย
จนถึงผาเตลิ่นเราจะพบกับสีสันธรรมชาติที่จัดจ้านอย่างดอก
กุหลาบแดง
(Rhododendron simsii)
ที่ผลิบานเป็นพุ่มเป็นกอใหญ่อยู่ริมหน้าผา
มีมุมมองที่สวยงามและลงตัวกับธรรมชาติมากที่สุด
จนกลายเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาสัมผัสความสวยงามของผืนป่าภูหลวง
แต่น่าเสียดายที่บางปีดงกุหลาบแดงที่ผาเตลิ่นกลับไม่สวยเท่าที่ควร
ขากลับเราจะแวะเที่ยวชมร่องรอยไดโนเสาร์ที่ปรากฏอยู่บนลานหินทรายเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ที่ปรากฏอย่างชัดเจนอยู่เกือบสิบรอยทีเดียว
แสดงให้เห็นป่าภูหลวงในยุคหลายล้านมานั้นก็ยังเป็นถิ่นของสัตว์ดึกดำบรรพ์อยู่ด้วย
ในห้วงฤดูหนาวบริเวณหน่วยโคกนกกระบา เราสามารถพบเห็น
กุหลาบแดง(Rhododendron
simsii)
ได้เติมสีสันบรรยากาศอยู่รอบบริเวณหน่วย
รองเท้านารีอินทนนท์
(Paphiopedilum vilosum )
เป็นกล้วยไม้หายากที่จะดูได้ง่ายก็เป็นบริเวณสำนักหน่วย
เอื้องสำเภางาม (Cymbidium insigne)
แทงช่อสูงจากพื้นขึ้นมาจนเห็นได้ชัด
เอื้องกระดิ่งภู
(Pleione maculata)
ออกดอกเดียวใหญ่กลีบขาวปากลายสวยสุดๆ
รองเท้านารีปีกแมลงปอ หรือรองเท้านารีสุขะกุล
(Paphiopedilum sukhakulii)
เป็นกล้วยไม้ดินที่เป็นภาพลักษณ์ของภูหลวง และ
สิงโตสยาม
และกลุ่มสิงโตชนิดต่างๆ
อีกหลากหลายชนิดที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างไว้ตามช่วงฤดูกาลตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติสู่ลานสุริยันต์ที่เป็นศูนย์รวมกล้วยไม้ตามป่าหินป่าแคระที่เราจะพบกับ
เอื้องตาเหิน
(Dendrobium Infundibulum)
ก็ทยอยดอกเด่นใหญ่สีขาวปากส้มสวยตลอดหน้าร้อน
เอื้องขยุกขยุย
(Bulbophyllum dayanum Rchb. f.)
หลบตัวตามโขดหิน ไม่สังเกตดี
ก็อาจผ่านสายตาไปได้
ครั่งแสด
(Dendrobium Unicum)
เป็นกล้วยไม้ขนาดเล็กอวดดอกสีส้มแสดเด่นบนคบคาจนได้รับการขนานนามว่า
ราชินีแห่งหน้าร้อน ส่วน
เอื้องมอนไข่
(Dendrobium Thyrsiflorum)
ก็ห้อยช่อโชว์ดอกขาวปากเหลืองสดเป็นพวงใหญ่ระย้าเต็มคบคาไม้น้อยใหญ่
เช่นเดียวกับ
เอื้องคำ
(Dendrobium Chrysotoxum)
ให้ดอกเหลืองทองสวยเป็นช่อเป็นพวงเหลืองไปทั่วป่า
ที่สวยสุดกลับเป็น
เอื้องสายครั่งยาว
(Dendrobium Litu )
ที่ให้ดอกม่วงครามเต็มสายที่ห้อยยาวลงมาจากคบคา
เอื้องสายมรกต
(Dendrobium Chrysanthum)
ให้ดอกเหลืองปากแต้มกลมสีดำแข่งกับ
เอื้องสายน้ำผึ้ง
(Dendrobium Primulinum)
ที่ให้ดอกสีชมพูอ่อนปากเหลืองงามสะพรั่งไปเป็นแนว ยังมีเจ้าสิงโต
(Bulbpphyllum sp.) ในสกุล Racemoza
ให้ดอกรูปร่างแปลกตาเป็นรวงยาวคล้ายรวงข้าว
โดยจะมีความแตกต่างในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
ที่โคกนกกระบา
จะมีเส้นทางเดินเที่ยวชมดอกไม้กล้วยไม้ทั้งเส้นทางผาเตลิ่นและเส้นทางลานสุริยันต์
และยังมีบ้านพักรับรอง ที่ต้องมีหนังสืออนุญาตจากรมอุทยานฯ
นักศึกษาธรรมชาติสามารถเที่ยวชมดอกไม้และชมทิวทัศน์ของผืนป่าภูหลวงได้ส่วนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
ด้วยกฎระเบียบที่เคร่งครัด ก็อย่าไปฝืน
เพราะถ้าเจ้าหน้าที่เขาเห็นไปเด็ดหรือเก็บกล้วยไม้
ก็จะมีความผิดและเห็นผลของกฎอย่างทันที
ธรรมชาติที่สร้างสรรค์ไว้ตามเส้นทางธรรมชาติที่เราต้องเดินตามเส้นทางที่กำหนด
เพราะธรรมชาติรอบๆ ตัวเรานั้น
ล้วนเป็นความเปราะบางที่ไม่ควรเข้าไปเหยียบย่ำให้เกิดความบอบช้ำและเสียหายขึ้นมาได้
ดังนั้นแต่ละปีก็มีปิดพื้นที่เพื่อให้ธรรมชาติได้พักฟื้น
ให้ธรรมชาติปรับตัวขึ้นมาอีกครั้ง
ข้อมูลนักเดินทาง
การเดินทางสู่ภูหลวง ทางด้านหน่วยฯ โคกนกกระบา
หรือทางด้านอำเภอภูเรือ สามารถเดินทางได้อย่างนี้
เส้นทางที่
1
กรุงเทพฯ -ชัยภูมิ
-ชุมแพ -
เลย ระยะทางประมาณ 560
กิโลเมตร
เส้นทางที่
2
กรุงเทพฯ - เพชรบูรณ์
- ด่านซ้าย -
ภูเรือ - เลย ระยะทางประมาณ 530
กิโลเมตร
เริ่มต้นจากจังหวัดเลยไปยังเขตฯ
ภูหลวง ใช้เส้นทางสาย เลย - ภูเรือ
ระยะทาง 36 กิโลเมตร จะถึงบ้านสานตม
แล้วแยกซ้ายไปอีก 18 กิโลเมตร
จะถึงที่ทำการเขตฯ ภูหลวง แล้วต่อขึ้นไปยังหน่วยโคกนกกระบาอีก
10 กม.
ถ้าหากเดินทางโดยเส้นทางที่
2 ไม่ต้องเข้าตัวจังหวัดเลย
เมื่อถึงภูเรือไปตามเส้นทางเข้าจังหวัดเลยได้ระยะทางประมาณ
14 กิโลเมตร จะถึงบ้านสามตม
แล้วแยกขวาไปเป็นระยะทาง 18 กิโลเมตร
จะถึงที่ทำการเขตฯ ภูหลวง ต่อขึ้นไปยังหน่วยโคกนกกระบาอีก
10 กม.
การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวขึ้นไปยังหน่วยโคกกระบา
ควรเป็นรถยนต์ปิกอัพ หรือ รถขับเคลื่อนสี่ล้อ ส่วนรถตู้ รถเก๋ง
ก็ขึ้นได้ หากไม่โหลดเตี้ย
กรณีเดินทางด้วยรถทัวร์ประจำทาง ให้มาลงที่ อ.ภูเรือ
แล้วหาเช่ารถเหมาขึ้นภูหลวง ได้ที่ตลาดภูเรือ
กรุงเทพฯ-เลย
ติดต่อสอบถามสถานีขนส่งหมอชิต โทร.0-2936-2841-48,
0-2936-2852-66 ต่อ 448,611
จองตั๋วโดยสาร ต่อ 605
หรือสอบถามบริษัท แอร์เมืองเลย โทร.0-2936-0142,
ชุมแพทัวร์ โทร.0-936-3842
กรุงเทพฯ-ภูเรือ
ติดต่อบริษัท เพชรประเสริฐทัวร์ โทร.0-2936-3230
การติดต่อขออนุญาต
การขึ้นไปพักแรมที่ภูหลวงต้องติดต่อทำเรื่องขออนุญาตเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
ที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นเวลาล่วงหน้า
15 วัน
โทรติดต่อสอบถามที่ 0-2561-4292-3 ต่อ
706,707
หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
โทร.0-1221-0547
ที่พัก
ที่พักด้านบนภูหลวงจะมีจำนวนจำกัด
ต้องทำเรื่องขออนุญาตมาก่อน จึงสามารถเข้าพักได้ที่หน่วยฯ
โคกนกกระบา จะไม่อนุญาตให้กางเต็นท์ แต่จะมีโซนกางเต็นท์ได้
อยู่ที่บริเวณที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
อยู่ก่อนถึงโคกนกกระบา 10
กม.
นอกจากนี้ก็ยังมีบ้านพักในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่
บ้านพักหรือรีสอร์ทที่ภูเรือ ซึ่งมีอยู่มากมาย
สามารถติดต่อพักที่ภูเรือ แล้วขึ้นไปเที่ยวภูหลวง แบบไปเช้า-กลับเย็น
ได้
เรื่องและภาพโดย....ภูฟ้า
|