|
ทัวร์ธรรมะที่วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม
ทริปนี้หมูหิน.คอมพาเพื่อน ๆ ละทิ้งซึ่งกิเลศทั้งปวงหันหน้าเข้าสู่วัดวาอารามเพื่อชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ และสร้างสติสัมปะชัญญะ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการก้าวไปสู่ปัญหาต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตครับ
ทัวร์ธรรมะทริปนี้หมูหิน.คอมพาเพื่อน ๆ มาชำระล้างจิตใจที่วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม จังหวัดลำปางครับ ซึ่งวัดพระแก้วดอนเต้าถือเป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองลำปาง เป็นที่เคารพสักการะของเหล่าพุทธศาสนิกชนทั่วไป อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางมากราบนมัสการอย่างไม่ขาดสาย วัดพระแก้วดอนเต้าตั้งอยู่ในตัวเมืองลำปาง ริมฝั่งแม่น้ำวัง ข้ามสะพานรัชฎาภิเษกแล้วเลี้ยวขวไปตามถนนพระแก้วประมาณ 1 กิโลเมตร จะมองเห็นองค์พระบรมธาตุดอนเต้า ตั้งอยู่บนเนินสูงเด่นเป็นสง่าครับ
บริเวณวัดบรรยากาศสงบเงียบ และใหญ่โตกว้างขวางมาก บรรยากาศก็ร่มรื่นเย็นสบายทั้งกายและใจ และแม้ว่าจะมีบรรดานักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามามากแค่ไหน แต่วัดแห่งนี้ก็ยังคงความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยไว้อยู่ตลอดเวลา
วัดพระแก้วดอนเต้าเป็นวัดที่มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ของนครลำปางมาตั้งแต่อดีตเนื่องจากวัดนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรหรือที่เรารู้จักกันคือพระแก้วมรกตนั่นเองครับ ตามตำนานกล่าวว่าเมื่อปี พ.ศ.1979 เจ้าเมืองเชียงใหม่ทรงจัดขบวนแห่เพื่อรับพระแก้วมรกตจากเชียงรายไปเชียงใหม่ แต่เมื่อขบวนมาถึงแยกที่จะไปนครลำปาง ช้างที่รับเสด็จพระแก้วมรกตก็วิ่งตื่นไปทางเมืองนครลำปาง แม้ว่าหมอควาญจะขู่เข็นโลมเล้าแค่ไหนก็ไม่ยอมไปทางเชียงใหม่ ในที่สุดเจ้าเมืองเชียงใหม่ก็ต้องยอมให้อัญเชิญพระแก้วมรกตประดิษฐานไว้ ณ วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารามแห่งนี้จนถึง ปี พ.ศ.2011 พระเจ้าติโลกราชเจ้าเมืองเชียงใหม่จึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปเชียงใหม่ แต่วัดนี้ก็ยังเป็นวัดที่กำเนิดองค์พระแก้วมรกตครับ
วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารามยังมีปูชนียวัตถุที่สำคัญควรแก่การทำนุบำรุงรักษาเพื่ออนุรักษ์ไว้และควรแก่การนมัสการอย่างยิ่งครับ เช่น องค์พระบรมธาตุดอนเต้า ฐานกว้างด้านละ 13 วา สูงตั้งแต่ฐานจนถึงยอด 25 วา ก่อด้วยอิฐถือปูน ตั้งแต่คอระฆังถึงยอดทาบด้วยทองเหลืองและทองแดง ต่อมาในปี พ.ศ. 2531 กรมศาสนาร่วมด้วยคณะศรัทธาประชาชนได้ร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์โดยเปลี่ยนทองจังโกปิดทองใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงประกอบพิธียกฉัตรทองคำขึ้นประดิษฐานพระบรมธาตุดอนเต้า เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2534
วิหารหลวง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกขององค์พระบรมธาตุ เป็นวิหารหลังเดิมที่เคยประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ซึ่งได้ชำรุดทรุดโทรมไป ต่อมาก็ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์จนได้รับพระราชทานเป็นเขตวิสุงคามสีมา และวิหารหลังนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าทันใจ ซึ่งเล่ากันว่าครูบาศรีวิชัยจะย้ายเอาไปไว้ข้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สร้างขึ้น แต่ก็เกิดอัศจรรย์ที่พระเจ้าทันใจไม่ยอมเคลื่อนย้าย แม้จะเอาคนมาช่วยยกก็ไม่ยอมเคลื่อน จึงต้องประดิษฐานไว้ตรงที่เดิมสืบมาจนถึงปัจจุบันครับ
วิหารพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) อยู่ทางทิศตะวันตกของพระบรมธาตุ กว้าง 5 วา 1 ศอก 1 คืบ ยาว 9 วา 2 ศอก เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ พระนอนองค์ใหญ่ที่มีพุทธลักษณะที่งดงามมาก ยาว 5 วา ก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทอง
วิหารพระเจ้าทองทิพย์ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระบรมธาตุ ซึ่งพระนางจามเทวีเป็นผู้สร้าง เมื่อก่อนเรียกว่าวิหารจามเทวี มีอายุไม่น้อยกว่าพันปี เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพระเจ้าทองทิพย์ เป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน หน้าตักกว้าง 3 ศอก สูง 3 ศอก 1 คืบ หล่อด้วยทองสำริดปางมารวิชัย เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์มากองค์หนึ่งครับ
มณฑป หรือพระยาธาตุ เป็นศิลปะแบบพม่า ทรงยอดปราสาทเป็นลักษณะมหาราชวังเจ้า และวิหารตามวัดในประเทศพม่าตลอดพระประธานก็เป็นศิลปแบบพม่า เป็นพุทธลักษณะคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปแบบมัณฑเลย์ในประเทศพม่า หล่อด้วยทองสำริดลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ สูง 4 ศอก เป็นศิลปกรรมแบบพม่า ตัวมณฑปตั้งแต่โครงสร้างลวดลาย การประดับกระจก และการจำหลักไม้งดงาม ซึ่งหาดูได้ยากในประเทศไทยครับ
พระแก้วมรกต หน้าตักกว้าง 6 นิ้ว สูงตั้งแต่ฐานแก้วถึงพระเศียร 8 นิ้ว ฐานเป็นแท่นทองสำริดรูปบัวคว่ำบัวหงาย มีช้างรับไว้ทั้ง 4 มุม ตามตำนานกล่าวว่า พระมหาอุ่นได้รับองค์พระพุทธรูปแก้วมรกตจากวัดสุทัศน์เทพวราราม จังหวัดกรุงเทพ เมื่อพ.ศ. 2501 และได้ฐานที่วัดมุงเมือง จังหวัดเชียงราย เมื่อนำมาใส่องค์พระแก้ว ปรากฏว่าได้ขนาดพอดีกับองค์พระ ขณะนี้พระแก้วมรกตดอนเต้ายังประดิษฐานอยู่ที่วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารามแห่งนี้ครับ
อนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย ประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ (วิหารหลวง) แกะสลักด้วยไม้สัก ลงรักปิดทอง ภายในบรรจุอัฏฐิครูบาศรีวิชัยไว้ ซึ่งอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัยแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อให้เหล่าบรรดาสาธุชนได้มากราบสักการะบูชาครับ
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งล้านนา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2505 เป็นอาคาร 2 ชั้น กว้าง 8 เมตรเศษ ยาว 28 เมตรเศษ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่รวบรวมศิลปะวัตถุ โบราณวัตถุศิลปะลานนา ซึ่งวัดต่าง ๆ ในจังหวัดลำปาง และประชาชนทั่วไป นำมามอบให้เป็นสมบัติของพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาหาความรู้
ศาลเจ้าพ่อทิพย์ช้าง อยู่ทางทิศใต้ของวัด พระวิญญาณของเจ้าพ่อทิพย์ช้างได้เข้าประทับ บอกให้ลูกหลานสกุล ณ ลำปาง ให้สร้างศาลขึ้นตรงที่ตั้งศาลปัจจุบัน อีกทั้งเป็นสถานที่สักการะและเป็นที่สถิตดวงพระวิญญาณของพระองค์ท่านผู้กอบกู้อิสระภาพของลานนาไทย
เห็นมั้ยครับว่าการเข้าวัดเข้าวาไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่อเลย เพราะนอกจากจะได้ชมความวิจิตรงดงามในการสร้างแล้ว สิ่งที่ได้รู้ได้เห็นมันอาจจะเป็นกำไรแก่ชีวิตของมนุษย์เราก็ได้ หากเพื่อน ๆ มีโอกาสลองเปลี่ยนวิถีการท่องเที่ยวจากแหล่งบันเทิงต่าง ๆ เป็นเข้าวัดเข้าวาเพื่อชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ขึ้น อาจจะนาน ๆ ครั้งก็ได้ หมูหินรับรองว่ามันคุ้มค่ามากเลยครับ
หมูหิน.คอม คิดจะเที่ยวเว็บเดียวก็พอ...ภาพ เรื่อง และวีดีโอ.....ทีมงานหมูหิน.คอม |