|

นั่งรถไฟย้อนประวัติศาสตร์เชลยศึกสร้างสะพานแม่น้ำแควกับหมูหิน.คอม
ย้อนไปเมื่อประมาณ 60 ปี หรือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2584
สมัยที่สงครามแปซิฟิคเริ่มก่อขึ้นโดยญี่ปุ่น บุกโจมตีเพิร์ล
ฮาเบอร์ เกาะฮาวาย และบุกเข้ามาเลเซีย ต่อด้วยการบุกเข้าพม่า
ต่อสู้กับทหารอังกฤษในพม่า เพื่อจะโจมตีอินเดียต่อไป
ทีนี้การการส่งกำลังบำรุง หากต้องใช้ทางเรือ
มันเสี่ยงกันการโจมตีทางทะเล ระหว่างสิงคโปร์และร่างกุ้ง
ญี่ปุ่นจึงตัดสินใจสร้างทางรถไฟความยาว 415 กิโลเมตร
โดยผ่านป่าภูเขาจากบ้านโป่งในประเทศไทย ไปยังเมืองบูซายัตในประเทศพม่า
ในการสร้างเส้นทางรถไปสายนี้ญี่ปุ่นใช้กรรมกรจากทวีปเอเชียประมาณ
250,000 คน และเชลยศึก อังกฤษ ดัชท์ และอเมริกันกว่า 60,000 คน
ในการสร้างทางนี้ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีอะไรใหม่ๆเลย ใช้จอบเสียม
ใช้แรงคน ทำ ใช้ไม้ซุงจากป่ามาทำเป็นสะพานข้ามเหวทั้งนั้น
หากตอนไปเที่ยวสังเกตจะเห็น ท่อนซุงปักเป็นเสา มีตัวเลขตั้งที่
1 2 3 ชัดเจน นับว่าเป็นการสร้างที่ยากมากๆครับ
ซึ่งในการสร้างทางแห่งนี้พลเรือนเสียชีวิตถึง 70,000 90,000
คน เชลยศึกเสียชีวิต 12,599 ราย (20%)
สาเหตุเพราะเขาเหล่านั้นไม่ได้รับการดูแลทางด้านการแพทย์ที่เพียงพอ
อาหารก็มีเพียงข้าวกะผักแห้ง เสื้อผ้ารองเท้าไม่มีนั้นเอง
ภายหลังที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามเส้นทางส่วนหนึ่งที่สร้างคือตั้งแต่หนองปลาดุก
ถึงสถานีน้ำตก ระยะทาง 130.3 กิโลเมตร รัฐบาลไทยได้ขอใช้ต่อ
ส่วนที่เหลือได้ถูถอดรางรื้อถอนทั้งหมด
นับว่าเป็นเส้นทางที่เหลือเส้นทางสุดท้าย
ของสงครามโลกครั้งที่สอง
เป็นเส้นทางที่คนทั่วโลกอยากลองมาสัมผัสสักครั้ง เมื่อ 60
ปีที่แล้วเป็นป่าดงดิบ เป็นภูเขา ทุกวันนี้เป็นอย่างไร กันแน่
และแล้วเมื่อประมาณสิบปีที่ผ่านมา
ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดขบวนรถเที่ยวพิเศษขึ้น
เป็นเส้นทางรถไฟสายมรณะแห่งนี้ โดยเริ่มต้นจากสถานีกาญจนบุรี
ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแคว ผ่านป่าเขา
เลาะริมแม่น้ำแควน้อยไปเรื่อยๆ จนถึงสถานีบ้านน้ำตก
ซึ่งห่างจากน้ำตกไทรโยกน้อยหรือนำตกเขาพังเพียง 3 กิโลเมตร
ระหว่างเส้นทางมรณะนี้จะผ่านเหว ผ่านช่องภูเขาที่เชลยศึก
ทำเป็นช่องให้รถไฟผ่าน
และวิวทิวทัศน์อันสวยงามของแม่น้ำแควน้อย
ตลอดเส้นทางมีไร่สวนของชาวบ้าน ทั้งสวนมันสำปะหลัง สวนกล้วย
สวนมะม่วง บางช่วงเป็นป่าไม่มีคนอยู่เลย

ทุกวันนี้ขบวนรถเที่ยวนี้ก็ยังให้บริการอยู่ครับ
ผมเองหลังจากสืบเสาะจนรู้ข้อมูลก็เลยขอพาเที่ยว
หากวันหน้าเพื่อนๆจะมาจะได้มีแบบอย่างมากันง่ายๆครับ
รถขบวนพิเศษนี้ จะออกเวลาประมาณ 10.30 น. จากสถานีกาญจนบุรี
ราคาคนไทย 100 บาท ฝรั่ง 300 บาท ใช้เวลาถึงสถานีน้ำตกประมาณ 2
ชั่วโมง บนรถจะมีอาหารว่างคุกกี้ น้ำอัดลม ชา กาแฟ
(เบียร์ก็มีนะครับกระป๋องละ 70 บาท) มีน้ำให้คนละขวด
ที่นั่งก็สบาย มีเบาะปูให้ด้วย นั่งฝั่งละ 1 คน
ไม่ต้องเบียดกัน
ขอแนะนำให้นั่งฝั่งซ้ายมือจะเห็นวิวไม่น้ำแควน้อยครับ
ความสวยงามเคลือบร่องรอยประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดเริ่มต้นผ่านด่านแรกสะพานข้ามแม่น้ำแควใหญ่
นักท่องเที่ยวบนสะพานก็จะโบกไม้โบกมือให้เรา เป็นการทักทาย
สะพานข้ามแม่น้ำแควแห่งนี้ เคยถูกเครื่องบินฝ่ายอเมริกาโจมตีจนพังมาแล้ว ผมเองได้คุยกับลุงเจ้าของรถสองแถว เส้นทางสถานีบ้านน้ำตก-ไทรโยกน้อย แกเล่าว่า
พอเครื่องบินมาทหารญี่ปุ่น
ก็ต้อนพวกเชลยไปยืนบนสะพานเต็มไปหมด
นักบินส่องกล้องลงมาก็เห็นแต่ฝรั่ง ไม่กล้าบอร์ม
แต่จนแล้วจนรอดก็พลาดท่าโดนบอร์มสำเร็จจนได้"
นี่คือด่านแรกของเส้นทางสายมรณะครับ
ผมเองได้คุยกับคนท้องที่
ชื่อ คุณยายนกแก้ว อายุแกก็ 80 ปีแล้ว แกเล่าให้ฟังว่า
ยายเคยทำงานการรถไฟ สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง
ตอนเกิดสงครามยายอยู่โคราช พอสงครามจบ
ทางรถไฟก็ย้ายให้มาเก็บรางรถไฟ ที่ไม่ได้ใช้
(ตั้งแต่สถานีน้ำตกไปสังขละบุรี) ยายก็เก็บและก็เอาลงแพไม้ไผ่
ร่องไปทางกรุงเทพ ยายยังจำได้ถึงทุกวันนี้ ยายนกแก้ว
ตอนนี้แกขายกล้วยปิ้งอยู่ริมถนนหน้าน้ำตกไทรโยกน้อย หากใครได้ไป
ก็ลองไปถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ครับ
หมูหินพาเที่ยวครั้งนี้ อย่าลืมตามมาย้อนรอยกันให้ได้นะครับ
เส้นทางสายนี้ยังรอคุณมาเที่ยวกันอยู่
ผมไม่อยากให้มีเฉพาะคนต่างประเทศที่มาชมกัน
ข้ามน้ำข้ามทะเลกันมาไกลแสนไกล แต่คนไทยไม่มีใครสน
ติดตามหมูหิน กันต่อไป เรามีอะไรดีๆ มาฝากเรื่อยๆ แน่นอนครับ
..นายหมูหิน
|