Member Login
username
password
สมัครสมาชิก

ท่องเที่ยวภาคตะวันออก

ท่องเที่ยวภาคเหนือ

ท่องเที่ยวภาคกลาง

ท่องเที่ยวภาคอิสาน

ท่องเที่ยวภาคใต้

ท่องเที่ยวต่างประเทศ

วัดสวนดอก


หมูหิน.คอมพาชมวัดสวนดอกที่จังหวัดเชียงใหม่จ้า วัดแห่งนี้มีอะไรสำคัญบ้างก็ต้องตามไปชมพร้อม ๆ กับหมูหินเลย วัดสวนดอก หรือวัดบุพผาราม ตั้งอยู่บนถนนสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง เชียงใหม่ ห่างจากประตูสวนดอกไปทางทิศตะวันตก 1 กิโลเมตร พระเจ้ากือนาธรรมิกราช กษัตริย์ลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์มังรายหรือเม็งราย อาณาจักรล้านนาเป็นผู้ทรงสร้างวัดสวนดอก พระเจ้ากือนาธรรมิกราช ได้ทรงพระราชทานพระราชอุทยานดอกไม้ “วัดบุปผาราม” ซึ่งเป็นภาษาบาลี แปลเป็นภาษาไทยหมายถึง วัดสวนดอก ต่อมาชาวบ้านนิยมเรียกง่าย ๆ ว่า วัดสวนดอก วัดแห่งนี้ได้รับการยกเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง จากกรมการศาสนาเมื่อ พ.ศ.2509 และได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อ พ.ศ. 2533

วัดสวนดอกมีความเจริญรุ่งเรืองมากในสมัยก่อนแต่หลังจากสิ้นราชวงศ์เม็งรายบ้านเมืองตกอยู่ในอำนาจพม่าทั้งเกิดจลาจลวุ่นวาย วัดนี้จึงกลายสภาพเป็นวัดร้างไป วัดสวนดอกได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่อีกครั้งในรัชสมัยพระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละแห่งราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ และได้รับการทำนุบำรุงจากเจ้านายฝ่ายเหนือ และประชาชนเชียงใหม่มาโดยตลอด นับว่าวัดสวนดอกได้รับการบูรณะครั้งสำคัญ 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2450 พระราชชายาเจ้าดารารัศมีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญรวบรวมพระอัฐิเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และ พระประยูรญาติมาประดิษฐานรวมกัน และต่อมาอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2475 เป็นการบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระวิหารโดยครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา

ภายในวัดสวนดอกมีปูชนียสถาน และปูชนียวัตถุที่สำคัญมากมาย ซึ่งล้วนแต่ควรค่าแก่การทำนุบำรุงรักษาไว้สืบชั่วลูกหลาน ยกตัวอย่างเช่น พระเจดีย์ใหญ่ทรงลังกา ได้รับการบูรณะใหม่และหุ้มแผ่นทองจังโก พระเจดีย์ใหญ่ทรงลังกาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1914 ในรัชกาลของพระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่ง ราชวงศ์เม็งราย โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “พระอารามหลวง” โดยโปรดเกล้าให้สร้าง “พระเจดีย์ทรงลังกา” ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่พระมหาเถระสุมนได้อัญเชิญมาจากสุโขทัย ในปี พ.ศ. 1912 ซึ่งแต่เดิมมีเจดีย์แบบสุโขทัย (ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์) อยู่ทางทิศตะวันตกขององค์พระเจดีย์ใหญ่ แต่ได้ปรักหักพังลง พระเจดีย์องค์ใหญ่สูง 24 วา ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในราชกิจจานุเบกษา เมื่อปี พ.ศ. 2478

พระวิหารหลวงใหญ่ ซึ่งมีลักษณะพิเศษกว่าวิหารวัดอื่น ๆ ในประเทศไทย เพราะไม่มีผนังเหมือนวิหารอื่น ทำให้อากาศถ่ายเทสะดวก พระวิหารหลวงกว้าง 12 วา 2 ศอกยาว 33 วาสร้างเมื่อ พ.ศ. 2474 โดยครูบาศรีวิชัยและเจ้าแก้วนวรัฐ ที่ว่าแปลกเพระเป็นวิหารโถงไม่มีผนัง แต่มีระเบียงโดยรอบ หน้าบันทั้งสองด้านมีลายปูนปั้น เครือเถาศิลปะล้านนาที่สวยงาม ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ

ภายในพระวิหารหลวงยังมีพระพุทธประธานเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ประมาณ ปี พ.ศ.1917-1920 พระพุทธรูปองค์ยืน ด้านหลังพระประธาน สร้างขึ้นในสมัยครูบาศรีวิชัย บูรณวิหารวัดสวนดอก และมีพระพุทธรูปองค์เล็กหน้าพระประธานคือพระเจ้าค่าคิง (เท่าพระวรกาย) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีขนาดเท่าวรกายของพระองค์ หน้าตักกว้าง 2 เมตร สูง 2 .5 เมตร นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปที่สำคัญนั่นก็คือ พระเจ้าเก้าตื้อในพระอุโบสถวัดสวนดอก พระเจ้าเก้าตื้อ เป็นพระพุทธรูปหล่อองค์ใหญ่ สร้างด้วยโลหะหนัก 9 โกฏิตำลึง (“ตื้อ” เป็นคำในภาษาไทยเหนือ แปลว่า หนักพันชั่ง) พญาเมืองแก้ว กษัตริย์องค์ที่ 13 แห่ง ราชวงศ์เม็งราย โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2047 “พระเจ้าเก้าตื้อ” เป็นพระพุทธรูปแบบเชียงแสนฝีมือช่างล้านนาและสุโขทัย หน้าตักกว้าง 8 ศอก หรือ 3 เมตร สูง 4.70 เมตร เพื่อเป็นพระองค์ประธานใน วัดพระสิงห์ แต่เนื่องมีน้ำหนักมากไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ จึงได้ถวายเรือนหลวงของพระองค์เป็นพระวิหาร พระราชทานชื่อว่า “วัดเก้าตื้อ” แทน ซึ่งต่อมาภายหลังได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา กรมศิลปากรจึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ ในปี พ.ศ.2478

กู่บรรจุพระอัฐิพระราชชายาเจ้าดารารัศมี กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2450 โดยพระดำริในพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้านายฝ่ายเหนือในราชตระกูล ณ เชียงใหม่ ซึ่งทรงเห็นว่าทำเลที่ตั้งของวัดสวนดอกกว้างขวาง จึงโปรดให้อัญเชิญรวบรวมพระอัฐิของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และพระประยูรญาติ มาประดิษฐานรวมกัน ณ ที่นี่ รวมทั้งได้ประทานทรัพย์ให้การทำนุบำรุงมาโดยตลอดพระชนม์ชีพ หลังจากพระราชชายาเจ้าดารารัศมีสิ้นพระชนม์ ได้มีการแบ่งพระอัฐิของพระองค์มาประดิษฐานไว้ ณ กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ แห่งนี้ (อีกส่วนหนึ่งแบ่งประดิษฐานไว้ในสุสานหลวงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร) ปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังมีเจดีย์อนุสาวรีย์ (กู่) บรรจุอัฐิครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย และธรรมาสน์เทศนาแบบล้านนา มีซุ้มประตูวัด จำนวน 3 ซุ้ม เป็นซุ้มประสาทแบบล้านนาขนาดใหญ่ สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ยังไม่เคยมาเที่ยววัดสวนดอก หากมีโอกาสได้มาเที่ยวที่เชียงใหม่ก็ควรที่จะมาเที่ยวชมปูชนียสถานและปูชนียวัตถุ รวมถึงการมากราบขอพรพระเจ้าเก้าตื้อที่ประดิษฐานในพระอุโบสถ วัดสวนดอก เพื่อความเป็นสิริมงคลนะจ๊ะ

Loading the player ...
Loading the player ...
 
ป้ายกำกับ : วัดสวนดอก, พระ, ราม
เชิญแนะนำการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ความประทับใจ
comment
ชื่อ หรือ E-mail
captcha
  reset

 

ข้อมูลท่องเที่ยวน่าสนใจ
 
HOT LINK
タイ(バンコク)のホテル・サービスアパート
หากไปญี่ปุ่นต้องH.I.S.
 

moohin logo
Copyright © 2010 www.moohin.com. All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form prior permission.
ทางทีมงานหมูหิน.คอม ขอสงวนลิขสิทธิ์ การเผย แพร่ข้อมูล ภาพ เรื่อง และ วีดิโอ โดยไม่ได้รับอนุญาติ
*** ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่และภาพ ***
หมูหิน.คอม:เว็บท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในเมืองไทย :: การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย ท่องเที่ยว ไทย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ ไทย ท่องเที่ยว สถานที่ท่อง เที่ยว การท่อง เที่ยว