Member Login
username
password
สมัครสมาชิก

ท่องเที่ยวภาคตะวันออก

ท่องเที่ยวภาคเหนือ

ท่องเที่ยวภาคกลาง

ท่องเที่ยวภาคอิสาน

ท่องเที่ยวภาคใต้

ท่องเที่ยวต่างประเทศ

www.MooHin.com>จังหวัด เชียงใหม่ >วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร


หมูหิน.คอมพาเพื่อน ๆ มาเยือนเมืองเหนือ เพื่อตามรอยนมัสการพระธาตุประจำปีเกิด หลังจากที่พาเพื่อน ๆ ชาวปีระกาไปนมัสการพระธาตุหริภุญชัยที่วัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน จากนั้นก็พาเพื่อน ๆ ชาวปีจอไปนมัสการพระเกศแก้วจุฬามณี ที่วัดเกตุการาม จังหวัดเชียงใหม่ ทริปนี้ก็เอาใจเพื่อน ๆ ชาวปีชวด หรือปีหนู พามานมัสการพระธาตุเจ้าศรีจอมทองกันที่วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่กัน

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ สร้างเมื่อพุทธศักราช 1994 โดยนายสร้อย นางเม็ง เป็นผู้สร้างขึ้นบนดอยจอมทอง จึงได้ชื่อว่า “ วัดพระธาตุเจ้าศรีจอมทอง ” อยู่สูงจากที่ราบ 10 เมตร อยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากอำเภอเมือง เชียงใหม่ประมาณ 58 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกมีเทือกเขาซึ่งเรียกกันว่า “ดอยอินทนนท์” และลำน้ำแม่กลาง วัดนี้สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อพุทธศักราช 2470 และได้รับพระราชทานยกฐานะวัดขึ้นเป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พุทธศักราช 2506

ภายในวัดพระธาตุศรีจอมทองมีโบราณวัตถุอันล้ำค่านั่นก็คือพระธาตุเจ้าศรีจอมทอง ซึ่งเป็นที่บรรจุของพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนพระทักษิณโมลี หรือพระเศียรเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า และได้รับยกย่องให้เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดปีชวด หรือปีหนูนั่นเอง ดังนั้นวัดพระธาตุศรีจอมทองจึงเป็นวัดเก่าแก่ที่มีตำนานที่ยาวนานคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่

พระธาตุเจ้าศรีจอมทองซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระเศียรเบื้องขวาของพระพุทธเจ้ายังมีความแตกต่างจากพระธาตุอื่น ๆ ตรงที่พระธาตุเจ้าศรีจอมทองไม่ได้ฝังตัวอยู่ใต้ดิน แต่ตั้งอยู่บนโกศ ภายในวิหารหลวง พระธาตุเจ้าศรีจอมทององค์นี้มีประวัติอันยาวนานมาตั้งแต่สมัยพระพุทธกาล ตามตำนานที่กล่าวถึงความเป็นมาของพระบรมธาตุศรีจอมทอง สรุปใจความได้ว่าดอยจอมทอง หรือ ดอยศรีจอมทองนั้น ซึ่งได้แก่ที่ตั้งของวัดพระธาตุศรีจอมทองในปัจจุบันนี้ มีลักษณะเป็นภูเขาดินสูงจากระดับที่พื้นราบอื่น ๆ ในบริเวณนั้น ที่ตั้งพระวิหารอันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุเจ้าจอมทอง จะเป็นยอดของดอยลูกนี้ในสมัยพุทธกาล และ มีเมืองอยู่เมืองหนึ่งชื่อว่า เมืองอังครัฏฐะ มีเจ้าผู้ครองเมืองนามว่า พระยาอังครัฎฐะ ซึ่งเมืองนี้ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับดอยจอมทองลูกนี้ พระยาอังครัฎฐะนั้นได้ทราบข่าวจากพ่อค้าที่มาจากอินเดียว่า “ บัดนี้พระพุทธเจ้าได้บังเกิดในโลกแล้ว เวลานี้ประทับอยู่ที่เมืองราชคฤห์ในประเทศอินเดีย จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรด เมื่อพระพุทธองค์ทรงทราบด้วยพระญาณแล้ว จึงเสด็จสู่เมืองอังครัฏฐะพร้อมด้วยภิกษุสาวกทางอากาศ ได้มารับอาหารบิณฑบาตจากพระยาอังครัฏฐะ และทรงแสดงธรรมโปรดพร้อมทั้งได้ตรัสพยากรณ์ไว้ว่า เมื่อเรานิพพานแล้ว ธาตุพระเศียรเบื้องขวา( พระทักษิณโมลี ) ของเราจักมาประดิษฐานอยู่ ณ ที่ดอยจอมทองแห่งนี้ แล้วเสด็จกลับ ส่วนพระยาอังครัฏฐะเมื่อได้ทราบจากคำพยากรณ์นั้นแล้ว จึงได้สร้างสถูปไว้บนยอดดอยจอมทอง ด้วยหวังว่าจะให้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุตามที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้ พระยาอังครัฎฐะอยู่ครองราชย์จนสิ้นพระชนม์มายุของพระองค์

Loading the player ...

เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว โทณพราหมณ์ได้จัดแบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้แก่กษัตริย์ทั้ง 8 นคร ซึ่งในครั้งนั้นมัลลกษัตริย์แห่งเมืองกุสินาราทรงได้พระทักษิณโมลีธาตุไว้ พระมหากัสสปะเถระเจ้าประธานฝ่ายสงฆ์ จึงได้กราบทูลมัลลกษัตริย์ถึงพุทธพยากรณ์ที่พุทธองค์เคยตรัสไว้ มัลลกษัตริย์ทราบดังนั้นจึงถวายพระบรมธาตุแด่พระมหากัสสปะเถระ ซึ่งท่านก็ได้อัญเชิญพระบรมธาตุวางไว้บนฝ่ามือ แล้วอธิษฐานอาราธนาพระบรมธาตุให้เสด็จไปยังดอยจอมทอง เพื่อประทับอยู่ในโกศแก้วอินทนิลภายในเจดีย์ทองคำ ที่พญาอังครัฎฐะได้สร้างถวายไว้ อยู่ที่ยอดดอยจอมทอง ตามที่พระพุทธองค์ได้พยากรณ์ไว้

เมื่อครั้งพระเจ้าอโศกมหาราช ได้เสด็จมาสู่ดอยจอมทอง ทรงได้สั่งขุดคูหาให้เป็นอุโมงค์ใต้พื้นดอยจอมทอง แล้วให้สร้างสถูปทองคำไว้ภายในคูหาและหล่อพระพุทธรูปทั้งเงินและทอง ตั้งไว้รอบสถูปนั้นแล้วเอาพระบรมธาตุเจ้าที่อยู่ในสถูปที่พระยาอังครัฏฐะให้สร้างไว้บนยอดดอยนั้น เข้าไปเก็บไว้ในสถูปที่สร้างใหม่ในคูหาใต้พื้นดอยจอมทองแล้วรับสั่งให้เอาก้อนหินปิดปากถ้ำคูหาเอาไว้ แล้วทรงอธิษฐานว่า “ ต่อไปข้างหน้า ถ้ามีพระเจ้าแผ่นดินและศรัทธาประชาชน มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ขอให้พระบรมธาตุเจ้าเสด็จออกมาปรากฏแก่ผู้ชนให้ได้กราบไหว้สักการบูชา แล้วพระองค์จึงเสด็จกลับเมืองปาตลีบุตร ประเทศอินเดีย

เมื่อมาถึงพ.ศ. 2042 ในสมัยพระธัมมปัญโญเถระ เป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง ได้มีตาปะขาวคนหนึ่งอาศัยอยู่ที่วัดก็เกิดนิมิตฝันว่า เทวดาได้มาบอกว่าใต้พื้นวิหารบนยอดดอยที่ตั้งของวัดนี้มีพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า และพระบรมธาตุนั้นจักเสด็จออกมาให้ประชาชนได้กราบไหว้สักการบูชาต่อไป ตาปะขาวจึงได้ไปเล่าความฝันนั้นให้แก่เจ้าอาวาสฟัง เจ้าอาวาสจึงได้ทำการอธิษฐานจิตว่า ถ้ามีจริงดังความฝันนั้น ขอให้พระบรมธาตุจงได้เสด็จออกมา ในเมื่อข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่นี้เถิด ขอข้าพเจ้าจงได้ไหว้สักการบชาพระบรมธาตุนั้น เมื่อข้าพเจ้ายังไม่ได้เห็นและได้สักการบูชาแล้ว ขออย่าให้ข้าพเจ้าสิ้นชีวิตไปเสียก่อนเลย ครั้นอธิษฐานแล้ว จนล่วงมาถึงปีจุลศักราช 861 ปีพ.ศ. 2042 เดือน 4 ขึ้น 14 ค่ำ พระบรมธาตุเจ้าก็เสด็จออกจากพระสถูปทองคำ ซึ่งก็แสดงปฎิหาริย์ เป็นมหัศจรรย์ต่าง ๆ ให้ปรากฏแก่คนทั้งหลาย แล้วในวันรุ่งขึ้นพระธัมมปัญโญเถระกับตาปะขาวก็ได้พบพระบรมธาตุเจ้าอยู่ในรูพระเกศโมลีของพระพุทธรูป ซึ่งตั้งประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหารนั้น จึงได้เก็บรักษากันไว้โดยเงียบ ๆ และรู้กันเพียงแค่ตาปะขาวและเจ้าอาวาสเท่านั้น.

หลังจากนั้นก็มีพระอานันโทเป็นเจ้าอาวาสองค์ถัดมา และก็มีพระเหมปัญโญ พระญาณมงคล พระพุทะเตชะ พระอรัญวาสี พระธัมมรักขิต พระไอยกัปปกะ กาลล่วงมาถึง พ.ศ. 2057 สมัยของพระมหาสีลปัญโญเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีจอมทอง มีพระเถระรูปหนึ่งชื่อ พระมหาพุทธญาโณ ท่านไปยังเมืองพุกามและได้ตำนานพระบรมธาตุมาจากเมืองพุกาม และได้พิจารณาจากตำนานจึงคาดคะเนว่าพระบรมธาตุน่าจะตั้งอยู่ที่วัดศรีจอมทองแน่ จึงได้สั่งให้พระอานันทะ และปะขาวนักบุญทั้งหลาย ให้ไปที่วัดศรีจอมทอง และหากไปถึงวัดให้ทุกคนทำการสักการบูชาดอกไม้ธูปเทียน ให้ตั้งสัตยาธิษฐาน หากว่าพระบรมธาตุตั้งอยู่ในที่นั้นจริงดังตำนานกล่าว ขอพระบรมธาตุจงแสดงปฎิหาริย์เป็นอัศจรรย์ต่างๆให้ปรากฏแก่คนทั้งหลายด้วยเทอญ เมื่อพระอานันทะได้ไปถึงวัดศรีจอมทองแล้วก็ได้ทำการเคารพสักการบูชา และตั้งสัตยาธิษฐานตามที่พระพระพุทธญาโณสั่งทุกประการ ซึ่งฝ่ายพระมหาสีลปัญโญ เจ้าอาวาสเมื่อได้เห็นอาการของคนเหล่านั้นเช่นนั้นจึงได้นำเอาพระบรมธาตุ ซึ่งเก็บรักษากันต่อมานั้นออกมาแสดงให้พระอานันทะและปะขาวนักบุญทั้งหลายเหล่านั้นได้เคารพสักการบูชาจากนั้นเป็นต้นมา

ด้วยปฏิหาริย์แห่งพระบรมธาตุเจ้า จึงมีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ามากราบนมัสการ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และทุก ๆ ปี จะมีพิธีสรงน้ำพระบรมธาตุเจ้าศรีจอมทอง โดยใช้ช้อนทองคำบริสุทธิ์ตักพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานไว้ในโกศ แล้วใช้น้ำจากลำน้ำแม่กลางมาทำการสรงน้ำพระบรมสารริกธาตุ นอกจากพระบรมธาตุอันล้ำค่าแล้ว ภายในวิหารหลวงวัดพระธาตุศรีจอมทองยังมีพระพุทธรูปเก่าแก่ประดิษฐานอยู่หลายองค์

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการมากราบนมัสการพระบรมธาตุเจ้าศรีจอมทอง ก็สามารถเดินทางมาได้ทุกวัน โดยใช้เส้นทางเชียงใหม่ จอมทอง ก่อนเข้าสู่อำเภอจอมทอง ก็จะเห็นวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารตั้งอยู่ทางซ้ายมือ เพื่อน ๆ ที่มาเที่ยวดอยอินทนนท์ก็ขับรถมาอีกไม่ไกล ควรที่จะมากราบนมัสการพระบรมธาตุเจ้าศรีจอมทอง เพื่อความเป็นสิริมงคลนะจ๊ะ

Loading the player ...
Loading the player ...
Loading the player ...
 
เชิญแนะนำการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ความประทับใจ
comment
ชื่อ หรือ E-mail
captcha
  reset

 

ข้อมูลท่องเที่ยวน่าสนใจ
 
HOT LINK
タイ(バンコク)のホテル・サービスアパート
หากไปญี่ปุ่นต้องH.I.S.
 

moohin logo
Copyright © 2010 www.moohin.com. All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form prior permission.
ทางทีมงานหมูหิน.คอม ขอสงวนลิขสิทธิ์ การเผย แพร่ข้อมูล ภาพ เรื่อง และ วีดิโอ โดยไม่ได้รับอนุญาติ
*** ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่และภาพ ***
หมูหิน.คอม:เว็บท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในเมืองไทย :: การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย ท่องเที่ยว ไทย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ ไทย ท่องเที่ยว สถานที่ท่อง เที่ยว การท่อง เที่ยว