![]() |
![]() |
|
นั่งรถไฟไปโอบหมอก เทศกาลพรรณไม้งามอร่ามล้านนาราชพฤกษ์ 2554
ปู๊น ๆ เจอกันอีกแล้วจ้ากับทริปรถไฟ “15 เส้นทางหรรษา นั่งรถไฟไปโอบหมอก หยอกสายลม ชมธรรมชาติ” ซึ่งทริปนี้เป็นเส้นทางที่ 2 แล้วค่ะ โดยทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , การรถไฟแห่งประเทศไทยและสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย(สทอ.) ได้ร่วมกันจัดทริป “เทศกาลพรรณไม้งามอร่ามล้านนา ราชพฤกษ์ 2554” เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสความสุขกับการเดินทางสู่เมืองเหนือในยามดอกไม้บานกับงาน “มหกรรมเฉลิมพืชสวนโลก เฉลิมพระเกียรติ ราชพฤกษ์ 2554” และ “เทศกาลไม้ดอก ไม้ประดับ ชมขบวนรถบุปผชาติ เชียงใหม่” ตระการตากับสวนนานาชาติในงานราชพฤกษ์ ตื่นตากับแสงสีเสียงสุดอลังการยามค่ำคืน ณ วันที่ 2 5 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมานี้เองค่ะ หมูหินดอทคอมของเราก็ไม่พลาดอย่างเช่นเคยค่ะ ที่จะเก็บเอาภาพบรรยากาศของทริปรถไฟครั้งนี้มาฝากเพื่อน ๆ กันจ้า คณะทัวร์เริ่มออกเดินทางจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) เวลา 19.00 น. โดยตู้นอนชั้น 2 ปรับอากาศ พ่วงขบวนรถด่วนพิเศษ ขบวนที่ 13 ขอบอกว่าแอร์เย็น©่ำยังกับอยู่บนยอดดอยอ่ะค่ะ กว่าจะถึงเชียงใหม่ก็ต้องใช้เวลาทั้งคืนกันเลยทีเดียว เมื่อตื่นขึ้นมาในยามเช้า เราจะได้ชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามขณะขบวนรถไฟแล่นผ่านสถานีรถไฟปางม่วง แม่ตานน้อย ข้ามสะพานหอสูง 2 แห่ง คือสะพานคอมโพสิต สะพานสามหอ และสะพานสองหอ ขณะที่ขบวนรถไต่ระดับความสูงขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาน ขอบอกว่าวิวสวยสะเด็ดมากค่ะ ชมวิวไป กินอาหารเช้าบนรถไฟไป ชิลล์สุด ๆ เลย เวลา 10.00 น. ขบวนรถเดินทางถึงสถานีรถไฟขุนตาน ซึ่งตั้งอยู่ปลายอุโมงค์ขุนตาน อุโมงค์ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ยาวมากจริง ๆ ค่ะ พอรถไฟแล่นผ่านเข้าไปยังภายในอุโมงค์ เหมือนหลุดไปยังโลกแห่งความมืด ข้าง ๆ ทางนี้ ไม่เห็นอะไรเลยค่ะ หลังจากกราบไหว้สักการะศาลเจ้าพ่อขุนตานแล้วถ่ายภาพความประทับใจระหว่างที่ขบวนรถไฟแล่นผ่านเข้าสู่อุโมงค์ขุนตาน กันแล้ว ได้เวลารับประทานอาหารกลางวันค่ะ โดยมื้อนี้เป็นอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์ชาวบ้าน มีอาหารที่กินง่าย สบาย ๆ บริเวณสถานีรถไฟขุนตาน หลังจากอิ่มหนำกันแล้ว เดินทางกันต่อไปยังอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาน โดยรถตู้ กว่าจะขึ้นไปถึงได้ขอบอกว่าทางคดเดี้ยวมาก ๆ แต่พอขึ้นไปถึงจุดชมวิวข้างบนแล้วต้องบอกว่า สวยงาม คุ้มค่าแก่การมาเยือน จ.ลำปาง มาก ๆ แต่เสียอย่างเดียวขึ้นมาตอนกลางวัน อากาศร้อน ไปนิด ถ้า เกิดมาตอนเช้า ๆ หรือเย็น ๆ คงได้สัมผัสบรรยากาศเย็นสบายแน่นอน จากนั้นเดินทางเข้าสู่โรงแรมบอสโซเทล จ.เชียงใหม่ โดยตั้งอยู่ข้าง ๆ กับ สถานนีรถไฟเชียงใหม่ แวะอาบน้ำ พักผ่อนกลาย เพื่อไปลุยกันต่อกับไฮไลน์เด็ดของทริปนี้เลย กับงานมหกรรมพืชสวนโลก เฉลิมพระเกียรติ คณะทัวร์ถึงงานพืชสวนโลก เวลา 15.30 น. ซึ่งเป็นเวลาอันดีมาก ๆ เพราะไม่ร้อนเกินไป และอยู่ในช่วงแสงกำลังสวย เหมาะแก่การถ่ายภาพ ภายในงานพืชสวนโลกปีนี้ มีการจัดแสดงบูทต่าง ๆ มากมาย มีทั้ง บูธต่าง ๆ ของหน่วยงานไทย และบูธการจัดแสดงวัฒนธรรมพรรณไม้นานาชาติ จากหลากหลายประเทศด้วยกัน เรียกได้ว่าถ้า เดินดูทุกบูธเลย คงต้องใช้เวลาเป็นวัน ๆ แต่ไม่ต้องกลัวเหนื่อยเมื่อยค่ะ เพราะที่งานเค้ามีรถรับส่งให้นักท่องเที่ยวตลอดเส้นทาง โดยเค้าจัดจุดลงเที่ยวชมไว้ถึง 12 สถานีด้วยกัน เพียงเสียแค่ 20 50 บาท ก็ขึ้นได้ทุกสถานีเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีหอคำหลวง ที่ถือว่าเป็นไฮไลน์ของงาน บรรดานักท่องเที่ยวที่มา ต้องแวะมาสักการะ กันก่อน และยังมีการจัดแสดง ดอกไม้เมืองหนาว ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ระหว่างที่เดินชมกันไป ถ้าเกิดหิวหรืออยากจะแวะเติมพลังก่อน ก็มีโซนอาหารไว้ต้อนรับ แถว ๆ โซนอาหารพื้นเมืองมีเมนูอาหารท้องถิ่นมากมายให้เลือกชิมค่ะ ทั้ง ข้าวซอย ขนมจีนน้ำเงี้ยว ไส้อั้ว และอีกมากมาย ถ้าหากใครเมื่อยล้า ก็แวะนวดตอกเส้นกันได้ด้วย เป็นศิลปะการนวดแบบท้องถิ่นจริง ๆ ต้องน่าลองเหมือนกันค่ะ และแล้วก็ถึงเวลา 19.00 น. เป็นเวลาที่นักท่องเที่ยวรอคอย รอชมการแสดง แสงสีเสียง ม่านน้ำ เฉลิมพระเกียรติ สวยงามอลังการมาก ๆ ค่ะ ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มาดูการแสดงที่เลิศหรูขนาดนี้ ก็ไม่เสียดายชีวิตแล้วจ้า จากนั้นมีการแสดงแสงสีเสียงเ©ลิมพระเกียรติ ณ หอคำหลวง ต่อด้วยขบวนแห่ไฟ เ©ลิมพระเกียรติ ที่ประดับประดาเสียงไฟเป็นรูปต่าง ๆ ทั้ง ช้าง หงส์ ดอกไม้ และอีกมากมาย ให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพเป็นที่ระลึกกัน สรุปว่าคุ้มค่าแล้วค่ะกับการมาท่องเที่ยวงานพืชสวนโลกครั้งนี้ แต่โปรแกรมทัวร์ยังไม่จบค่ะ ยังเหลืออีกหนึ่งวัน วันที่ 4 ก.พ 54 หลังจากที่ตื่นมารับประทานอาหารเช้าของโรงแรม กิจกรรมต่อไปคือการเดินชมขบวนแห่รถบุปผชาติ ในเทศกาลไม้ดอก ไม้ประดับ จังหวัดเชียงใหม่ โดยงานนี้ทุกหน่วยงาน ของแต่ล่ะอำเภอ ต่าง รวมแรงรวมใจกันจัดขบวนรถดอกไม้สวย ๆ ได้เห็นถึงความสวยงามของวัฒนธรรม การแต่งกาย การล่ะเล่นพื้นบ้าน และศิลปะของชาวล้านนาอย่างเต็มอิ่มเลยค่ะ นักท่องเที่ยวก็เก็บภาพกันอย่างเมามันทีเดียว ในช่วง เช้า ๆ ของวันนั้น อาหารเย็นสบายมาก เหมาะแก่การเดินเล่นในเมืองที่สุดค่ะ หลังจากเสร็จสิ้นขบวนแห่เทศกาลไม้ดอก ไม้ประดับแล้ว คณะทัวร์เดินทางกันต่อไปยังจังหวัดลำพูน เพื่อเข้าชมสวนไม้ไทยบ้านพ่อเลี้ยงหมื่น บนเนื้อที่กว่า 150 ไร่ ริมฝั่งแม่น้ำปิง จังหวัดลำพูน ที่ใช้เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่บรรจงสร้างอย่างวิจิตรงดงาม หลังจากนั้นปิดทริปล้านนานี้ ที่ วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน เป็นพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้าน คู่เมืองของชาวลำพูน คณะทัวร์แวะสักการะ ขอพร เสริม สิริมงคลแก่ตัวเอง ก่อนกลับบ้าน เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมแล้ว เดินทางไปยังสถานีรถไฟลำพูน เมื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพ ฯ ในระหว่างทางกลับบ้านมีกิจกรรมเล่นเกมส์เสี่ยงโชค หมอบของรางวัล โดยของรางวัลนั้นได้อภินันทนาการจาก ทาง ททท. นั้นเอง และแล้วก็จบทริปนี้ กลับถึงกรุงเทพมหานครโดยปลอดภัยค่ะ สรุปแล้วทริปนี้ ได้มากมายหลายรสชาติจริง ๆ ทั้ง ความประทับใจ อาหารอร่อย การบริการก็ดีมาก ๆ ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่จัดทริปดี ๆ แบบนี้ขึ้นมาค่ะ แล้วพบกันในทริปรถไฟ “15 เส้นทาง นั่งรถไฟ ไปโอบหมอก หยอกสายลม ชมอารยธรรม” กันต่อไป หมูหินดอทคอมไม่พลาดที่จะเก็บบรรยากาศการเดินทางและกิจกรรมต่าง ๆ มาฝากเพื่อน ๆ ในทุก ๆ ทริปที่ไปอย่างแน่นอนค่ะ แล้วเจอกันจ้า ปู๊น ๆ.. ![]() กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 1600 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 0 2250 5500ต่อ 4520-22 โทรสาร 0 2250 5681-3http://thai.tourismthailand.org E mail : prdiv@tat.or.th หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาโทรสอบถามที่เบอร์ TAT Call Center 1672 สายด่วนท่องเที่ยว
หมูหิน.คอม คิดจะเที่ยวเว็บเดียวก็พอ ... ภาพ เรื่อง และวีดีโอ โดยทีมงานหมูหิน.คอม
ทางทีมงานหมูหิน.คอม ขอสงวนลิขสิทธิ์ การเผยแพร่ข้อมูล ภาพ เรื่อง และวีดิโอ โดยไม่ได้รับอนุญาติ Copyright © 2010 www.moohin.com. All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form prior permission. เรื่องท่องเที่ยวในจังหวัด เชียงใหม่
|
Lastest Story
|
|