Member Login
username
password
สมัครสมาชิก

ท่องเที่ยวภาคตะวันออก

ท่องเที่ยวภาคเหนือ

ท่องเที่ยวภาคกลาง

ท่องเที่ยวภาคอิสาน

ท่องเที่ยวภาคใต้

ท่องเที่ยวต่างประเทศ

Green Memory @ Queen Sirikit Botanic Garden


“พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ”

พระราชเสาวนีย์ พระบาทสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ทริปนี้หมูหิน.คอมจะพาเพื่อน ๆ ชาวหมูหินคลับไปร่วมบันทึกสีเขียวกันที่สวนพฤกษศาสตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่จังหวัดเชียงใหม่ หากพูดถึงเชียงใหม่หลายต่อหลายคนก็จะต้องนึกถึงพระธาตุดอยสุเทพ น้องแพนด้าน้อยหลินปิง หากเป็นเรื่องอาหารการกินก็ต้องนี่เลย น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ไส้อั่ว ทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนแต่เป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นเชียงใหม่ทั้งหมด แต่ทว่ายังมีอีกสถานที่หนึ่งที่บรรดาผู้รักและชื่นชอบในความงดงามแบบธรรมชาติ ก็คงจะต้องกล่าวถึง “สวนพฤกษศาสตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์” เพราะที่นี่มีพรรณไม้ดอก ไม้ประดับ มากมาย ล้วนแต่น่าชม ยิ่งถ้าเป็นช่วงพระอาทิตย์อัสดงแล้วละก็ น่ายลเป็นยิ่ง นี่แหละคือมนต์เสน่ห์ที่ไม่อาจลืมเลือน

พอมาถึงที่สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครต่อใครถึงยอมที่จะขับรถจากต่างจังหวัดมาแสนไกล เพื่อที่จะได้มาชมความงดงามของสวนแห่งนี้กัน เพราะว่าเท่าที่มองเห็นสุดลูกหูลูกตาก็ยังไม่ถึงครึ่งของพื้นที่สวนทั้งหมด เพราะสวนแห่งนี้มีพื้นที่ ทั้งหมดประมาณ 6,500 ไร่เลยทีเดียว โอ้โห ! แล้วอย่างนี้จะเที่ยวยังไงหมด เอาเป็นว่าเราต้องขอคำแนะนำดี ๆ จากเจ้าหน้าที่เพื่อวางแผนการเที่ยวดีกว่า เริ่มตั้งแต่ที่หน้าประตูทางเข้าเลยละกัน นักท่องเที่ยวจะต้องซื้อบัตรเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท และค่ารถบริการ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท โดยจะต้องจอดรถไว้ที่บริเวณลานจอดรถตรงจุดขายบัตรเข้าชม และนั่งรถของสวนพฤกษศาสตร์ ฯ โดยมีวิทยากรผู้ชำนาญด้านพันธุ์พืชเป็นผู้นำชมและให้ความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้ ตลอดเส้นทาง หากใครต้องการจะนำรถส่วนตัวขับชมเองก็ คันละ 100 บาท เหมือนหมูหิน.คอม วันนี้ก็ขอขับรถเที่ยวเอง เพราะจะได้บันทึกภาพสวย ๆ ไปฝากเพื่อน ๆ เยอะ ๆ สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากจะมาก็มาได้เลยทุกวัน ตั้งแต่ 08.30 - 16.30 ค่ะ

ก่อนที่จะไปตะลุยกันในแต่ละจุด หมูหิน.คอมก็อยากจะให้เพื่อน ๆ ได้ทราบถึงประวัติการก่อตั้งสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์แห่งนี้กันก่อน ในทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งของประเทศไทย มีความหลากหลายของทรัพยากรพรรณพืช ทั้งพืชชั้นสูงและพืชชั้นต่ำ กว่า 15,000 ชนิด ทั้งพืชเศรษฐกิจและเป็นยาสมุนไพร แต่การนำมาใช้ประโยชน์ของพืชส่วนใหญ่ยังไม่มีการศึกษาอย่างจริงจัง หากมีการส่งเสริมและขยายพันธุ์ควบคู่ไปกับงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว จะเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพืชอย่างชาญ©ลาดและให้ผลประโยชน์อย่างสูงสุดแบบยั่งยืน ทั้งในด้านการอนุรักษ์พันธุ์พืชและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิ์ภาพอีกด้วย ดังนั้นในเดือนตุลาคม พ.ศ.2534 คณะกรรมการว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพแห่งประเทศไทย ได้จัดประชุมขึ้น โดยในที่ประชุมได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องของทรัพยากรด้านพืชพันธุ์ที่นับจะทวีขึ้นในอนาคต และวิตกว่าพืชพรรณต่างๆหลายชนิดจะหมดสิ้นไปทั้งที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก ในที่ประชุมจึงได้มุ่งสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พรรณพืชโดยมุ่งเน้นในด้านสวนพฤกษศาสตร์โดยเ©พาะ ในที่ประชุมได้สรุปว่าประเทศไทยยังไม่มีสวนพฤกษศาสตร์ที่แท้จริง อันจะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้ประเทศได้รับผลประโยชน์จากการศึกษาและวิจัยทรัพยากรด้านพืชอย่างเต็มกำลัง โดยควรรีบเร่งดำเนินการจัดตั้งขึ้นก่อนที่ทรัพยากรด้านพืชเหล่านี้จะหมดสิ้นไป ดังนั้นจึงได้มีการเสนอให้จัดตั้งองค์การสวนพฤกษศาสตร์ขึ้นในประเทศไทย เพื่อมีหน้าที่รวบรวมพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ นำมาจัดปลูก ขยายพันธุ์ โดยเ©พาะพันธุ์ไม้ประจำถิ่น ไม้หายาก และไม้ที่กำลังจะสูญพันธุ์ เพื่ออนุรักษ์ และศึกษาหาประโยชน์จากพืชพรรณที่มีค่าเหล่านี้

Loading the player ...

ประกอบกับในปี พ.ศ. 2535 เป็นปีมหามงคลเ©ลิมพระชนมพรรษา 5 รอบของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รัฐบาลจึงได้เสนอให้โครงการนี้เป็นโครงการเ©ลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในวาระพระชนมพรรษาครบ 60 พรรษา และสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยได้พระราชทานพระราชานุญาตจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถให้ใช้ชื่อว่า “สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์” ( Queen Sirikit Botanic Garden) ซึ่งสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ นับเป็นสถานที่ที่เชิดชูความงามและคุณค่าพรรณไม้ไทยให้ประจักษ์แก่ชาวโลกอย่างแท้จริง

การสำรวจหาสถานที่จัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ เป็นหน้าที่ของกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงวิทยาศาสตร์ ได้ร่วมกันออกสำรวจตรวจสอบพื้นที่หลายแห่งในทุกภาคของประเทศ และพบว่าสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดคือ บริเวณชายเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ - ปุย ท้องที่ตำบลโป่งแยงและแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีลำห้วยหลากหลายสายไหลรวมลงสู่ห้วยแม่สา ซึ่งเป็นลำห้วยสำคัญสายใหญ่ที่มีน้ำไหลแรงตลอดปี ส่วนลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบและสูงสลับเป็นชั้นต่างๆขึ้นไปจนถึงระดับความสูงประมาณ 1,200 ฟุต มีภูมิอากาศดี การคมนาคมสะดวกไม่ไกลจากชุมชน เหมาะแก่การที่นักเรียน นักศึกษา ประชาชนและนักท่องเที่ยวจะเดินทางมาศึกษาและเยี่ยมชม

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จัดทำเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทยและมีมาตรฐานระดับนานาชาติ เป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้ชนิดต่างๆ โดยเ©พาะไม้ประจำถิ่นและไม้ที่กำลังจะสูญพันธุ์ เพื่อจัดปลูก ขยายพันธุ์ และศึกษาวิจัย ปัจจุบันสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ทำหน้าที่หลัก 4 ประการ นั่นก็คือเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ไม้ไทย เป็นศูนย์รวบรวมพันธุ์ไม้ไทยและต่างชาตินานาชนิด ได้มีการรวมพันธุ์ไม้รูปแบบต่าง ๆ เพื่อความสวยงามและให้ความรู้ทางวิชาการด้วย ประการที่สอง คือ เป็นแหล่งศึกษาทางธรรมชาติและแหล่งข้อมูลทาพฤกษศาสตร์ ประการที่สาม คือ เป็นศูนย์รวมตัวอย่างพรรณไม้แห้งสำหรับงานศึกษาทางอนุกรมวิธาน และประการสุดท้าย คือ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป

ภายในสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ก็คือ พื้นที่เพื่อการศึกษาวิจัย และส่วนพื้นที่สวนและการจัดแสดง ลักษณะการจัดสวนของจะแบ่งพันธุ์ไม้ตามวงศ์และความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ รวบรวมพันธุ์ไม้ทั้งในและต่างประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ สามารถขับรถเที่ยวชมรอบๆ ได้ จุดที่แวะชมได้ คือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ศูนย์เพาะกล้วยไม้ไทย อาคารพืชสมุนไพร พิพิธภัณฑ์พืชสมุนไพร ศูนย์วิจัย และอาคารเรือนกระจก นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินเท้าที่จัดไว้ 3 เส้นทาง คือ 1. Rock Garden Thai Orchid Nursery ( สวนหิน-ศูนย์อนุบาลกล้วยไม้ไทย ) ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที 2. Arboreta ( เส้นทางศึกษาพรรณไม้ ) มีการรวบรวมพรรณไม้ไว้มากกว่า 10 วงศ์ เช่น กล้วย ปาล์ม ไซแคด เฟิร์น ขิง เป็นต้น ใช้เวลา 45-60 นาที 3. Climber Collection ( เส้นทางขึ้นเขา ) ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง

จุดที่ดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวได้มากที่สุด ก็คือกลุ่มอาคารเรือนกระจก ซึ่งมีทั้งหมด 12 โรงเรือน เป็นแหล่งแสดงพืชพรรณที่น่าสนใจ โดยเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดคือ เรือนแสดงไม้ป่าดงดิบ ที่ได้จัดสภาพไว้เหมือนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางป่าดงดิบจริง ๆ มีการทำทางเดินไว้อย่างสบาย และปลอดภัย การจัดและตกแต่งพื้นที่เป็นเนินเขาและมีน้ำตกเพื่อเพิ่มความหลากหลายของภูมิทัศน์ พืชพรรณที่จัดแสดงก็จะมี พืชจำพวก หมาก ปาล์ม และเรือนแสดงไม้ป่าดงดิบแห่งนี้ยังเป็นเรือนกระจกที่มีขนาดกว้างใหญ่ที่สุดในเอเชียอีกด้วย หลายคนคงยังไม่ทราบว่าในสมัยก่อน ป่าดงดิบมีอยู่ทั้งหมด ประมาณ 14% แต่ว่าในปัจจุบันเหลืออยู่แค่ 6 7 % เท่านั้น เพราะ©ะนั้นต้องช่วยอนุรักษ์เอาไว้

Loading the player ...

นอกจากเรือนไม้ดงดิบแล้ว เรือนพืชทนแล้ง ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพราะภายในเรือนพืชทนแล้งได้รวบรวมพืชสกุลกระบองเพชรต่างๆที่มีถิ่นกำเนิดจากหลายส่วนทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก เปรู และบราซิล ทั้งขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ออกดอกสีสันสวยงาม นอกจากพืชสกุลกระบองเพชรแล้ว ยังมีพืชอวบน้ำอีกหลายชนิด เช่น สลัดใด กุหลาบหิน ชวนชม ศรนารายณ์ เสมา และยังรวบรวมพันธุ์ปรง ซึ่งจัดได้ว่าเป็นพืชโบราณที่มีเมล็ดกลุ่มแรกที่เกิดขึ้นบนโลกไว้ด้วย

ส่วนเรือนรวมพรรณกล้วยไม้ไทย และเฟิน ก็เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ เพราะทางสวนได้ทำการรวบรวมและเพาะเลี้ยงไว้กว่า 350 ชนิด โดยเน้นกล้วยไม้ไทยเป็นหลัก พื้นที่ด้านล่างเสริมด้วยเฟิน และ พืชอิงอาศัยต่าง ๆ เพิ่มความหลากหลายด้วยพืชชุ่มน้ำ มีการตกแต่งภายในเป็นน้ำตกและลำห้วยที่มีน้ำไหลตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เดินเที่ยวชมหลายเส้นทาง อาทิ เส้นทางสวนหิน-เรือนรวมพรรณกล้วยไม้ไทย เป็นเส้นทางเดินเท้าเลียบไปตามห้วยแม่สาน้อยผ่านไปทางสวนหิน ซึ่งเป็นแหล่งรวมพืชแล้งนานาชนิด และไปสิ้นสุดที่เรือนรวมพรรณกล้วยไม้ไทย เส้นทางสวนรุกขชาติ เริ่มจากศูนย์สารนิเทศเดินไปตามถนนสู่สวนรุกขชาติ ผ่านวงศ์กล้วยไม้ ปาล์ม เตย บอน ราชพฤกษ์ เข้าสู้สวนเฟิน จากนั้นผ่านวงศ์ขิง-ข่า ปรง และสนเขา

นอกจากนี้ยังมีโรงเรือนกระจกที่จัดแสดงพรรณไม้อีกหลายชนิด อาทิ เรือนไม้น้ำ จัดแสดงพรรณไม้น้ำกว่า 100 ชนิด โดยเป็นพันธุ์บัวของไทยเป็นหลัก และเสริมด้วยพืชสกุลขิง ข่า คล้า กล้วย กก และพืชชุ่มน้ำต่าง ๆ เรือนรวมพรรณบัวหลวง จากประเทศเพื่อนบ้านไว้กว่า 60 ชนิด โดยเ©พาะอย่างยิ่งสวนพฤกษศาสตร์เพิ่งจะได้รับบัวหลวงจากสถาบันเพราะเลี้ยงบัว มณฑลวูฮาน ประเทศจีน ซึ่งเป็นบัวหลวงชนิดที่มีดอกหลากสี หาชมได้ที่เรือนไม้น้ำแห่งนี้เท่านั้น

ต่อไปก็คือเรือนแสดงพันธุ์สัปปะรดสี จัดแสดงพันธุ์สัปปะรดสีที่มีการปลูกกันแพร่หลายในประเทศไทย มีความหลากหลายกว่า 50 ชนิด มีสีสันสวยงามทั้งดอกทั้งใบ ตลอดปีเลย ถัดไปอีกนิดอย่าลืมแวะที่เรือนแสดงพืชกินแมลง ซึ่งก็คือพืชที่ต้องการอาหารบางอย่างที่ขาดหายไปในดินเพื่อการเจริญเติบโต โดยได้ปรับตัวให้สามารถล่อและดักจับแมลงเพื่อดูดซึมธาตุอาหารยังไงละจ้า

เที่ยวกันอย่างเมามันแต่ก็ไม่ลืมที่จะหาของที่ระลึกไปฝากคนพิเศษที่บ้าน ก็ต้องมาที่ร้านขายของฝาก ของที่ระลึกกันเลย

ที่นี่นอกจากจำหน่ายของที่ระลึกแล้ว ยังมีอาหารและเครื่องดื่มในบรรยากาศที่ห้อมล้อมไปด้วยหุบเขาและพันธุ์ไม้อีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อเสื้อสวย ๆ หนังสือรวมพันธุ์ไม้ต่างๆ แผ่นซีดีเพลงและแม้แต่เมล็ดพันธุ์และ ต้นกล้าพันธุ์ไม้ ตลอดจนเครื่องประดับที่ทำจากดอกไม้จริงๆ ก็มีให้เลือกซื้อกันจ้า

Loading the player ...
Loading the player ...
Loading the player ...
Loading the player ...
Loading the player ...
Loading the player ...
 
เชิญแนะนำการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ความประทับใจ
comment
ชื่อ หรือ E-mail
captcha
  reset

 

ข้อมูลท่องเที่ยวน่าสนใจ
 
HOT LINK
タイ(バンコク)のホテル・サービスアパート
หากไปญี่ปุ่นต้องH.I.S.
 

moohin logo
Copyright © 2010 www.moohin.com. All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form prior permission.
ทางทีมงานหมูหิน.คอม ขอสงวนลิขสิทธิ์ การเผย แพร่ข้อมูล ภาพ เรื่อง และ วีดิโอ โดยไม่ได้รับอนุญาติ
*** ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่และภาพ ***
หมูหิน.คอม:เว็บท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในเมืองไทย :: การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย ท่องเที่ยว ไทย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ ไทย ท่องเที่ยว สถานที่ท่อง เที่ยว การท่อง เที่ยว