สวัดดีค่ะ หมูหินดอทคอมมาอีกแล้ววว ..
วันนี้เราจะพาเพื่อนๆชาวหมูหินดอทคอม
ไปชมวัดที่เป็นที่หนึ่งในเชียงใหม่อีกวัดหนึ่งนะค่ะ
อยากรูปแล้วใช่ไหมละว่าวัดอะไร
วัดที่เราจะพาไปเที่ยวและทำบุญกันนั้นคือ
"วัดดอยแม่ปั๋ง"
แต่ถ้าพูดถึงแล้วเพื่อนๆอาจไม่รู้จักกัน
ถ้าพูดถึง "
หลวงปู่แหวน " หรือ
"
หลวงปู่แหวน
สุจิณโณ
" อาจฟังดูคุ้นหูหรือ
รู้จักกันแล้วใช่ไหมค่ะ
เราไปรู้จักประวัติของท่านกันเลยดีกว่าค่ะ
ประวัติ
หลวงปู่แหวน
สุจิณโณ เกิดในตระกูลของช่างตีเหล็ก
เมื่อวันที่
16 มกราคม
พ.ศ. 2430 ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น 3 ค่ำ
เดือนยี่ ปีกุน ณ บ้านนาโป่ง ตำบลหนองใน
อำเภอเมือง
จังหวัดเลย โดยเป็นบุตรของนายใสกับนางแก้ว
รามสิริ โดยมีน้องสาวร่วมบิดา-
มารดาอีกหนึ่งคนคือ นางเบ็ง ราชอักษร
และบิดามารดาของท่านได้ ตั้งชื่อว่า ญาณ
ซึ่งแปลว่า ปรีชา กำหนดรู้
พอท่านมีอายุ
ได้ประมาณ 5 ขวบเศษ โยมมารดาของท่านก็ล้มป่วย
แม้จะได้รับการดูแลเยียวยารักษาเป็นอย่างดีจากสามี
แต่อาการของท่านก็มีแต่ทรงกับทรุด
ในที่สุดเมื่อท่านรู้ตัวว่า
คงจะไม่รอดชีวิตไปได้แน่แล้วท่านจึงได้เรียกหลวงปู่แหวน
เข้าไปใกล้ แล้วกล่าวความฝากฝังเอาไว้ว่า
ลูกเอํย...แม่ยินดีต่อลูก สมบัติใด ๆ
ในโลกนี้ล้วน กี่โกฎก็ตามแม่ไม่ยินดี
แม่จะยินดีมากถ้าลูกจะบวชให้แม่
เมื่อลูกบวชแล้วก็ให้ตายกับผ้าเหลือง
ไม่ต้องสึกออกมา มีลูกมีเมียนะ...
หลวงปู่แหวนพยักหน้า รับคำเท่านั้น
ดวงวิญญาณของท่านก็ออกจากร่างไป มาอีกไม่นาน
ดึกสงัดของค่ำคืนวันหนึ่งขณะที่คุณยายของหลวงปู่แหวนกำลังนอนหลับสนิทก็เกิด
ฝันประหลาด อันเป็นมงคลนิมิตหมายที่ดีงาม
ท่านจึงได้นำเอาความฝันมาเล่าสู่ลูกหลานและหลวงปู่แหวนฟัง
ในวันรุ่งขึ้นว่า
เมื่อคืนนี้ ยายนอนหลับและได้ฝันประหลาดมาก
ฝันว่าเจ้าไปนอนอยู่ในดงขมิ้น
จนกระทั่งเนื้อตัวของเจ้าเหลือง อร่ามไปหมด
ดูแล้วน่ารักน่าเอ็ดดูยิ่งนัก ยายเห็นว่า
เจ้านี้จะมีอุปนิสัยวาสนาในทางบวช
ฉะนั้นยายขอให้เจ้าบวชตลอดชีวิต
และขอให้ตายกับผ้าเหลือง
ไม่ต้องสึกออกมามีลูกมีเมียเจ้าจะทำได้ไหม
บรรพชา
จากนั้น
วันเวลาผ่านมาจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2439
ท่านมีอายุได้ 9 ขวบ
คุณยายของท่านที่ได้เลี้ยงดูแลเอาใจใส่มาอย่างทะนุถนอม
ได้เรียกท่านพร้อมกับ หลานชายอีกคนหนึ่ง
ที่เป็นญาติสนิทรุ่นราวคราวเดียวกัน
เข้าไปหาแล้วพูดว่า
ยายจะให้เจ้าทั้งสองบวชเป็น สามเณร
เมื่อบวชแล้วไมต้องสึก เจ้าจะบวชได้ไหม
ท่านหันมามองหลวงปู่แหวนอย่างตั้งใจฟังคำตอบ
หลวงปู่แหวนก็พยักหน้ารับ พอใกล้เข้าพรรษา
คุณยายของท่านจึงได้ตระเตรียมเครี่องบริขาร
จนครบเรียบร้อยแล้ว
จึงได้พาเด็กชายทั้งสองเข้าถวายตัวต่อพระอุปัชฌาย์ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า
เข้าพรรษาเป็นสามเณร ณ วัดโพธิ์ชัย
พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็นเด็กชาย ญาณ
เป็นสามเณร แหวนนับแต่นั้นมา
ตลอดพรรษาที่ได้บรรพชา เป็นสามเณรนั้น
หลวงปู่แหวน สุจิณโณ ได้แต่ทำวัตร สวดมนต์ต์บ้างตามโอกาส
เท่าที่พระภิกษุและ สามเณร
ภายในวัดจะร่วมกันทำสังฆกรรม
นอกจากนั้นก็จะใช้เวลา
ไปในทางเล่นซุกซนตามประสาเด็ก
ในที่สุดพระอาจารย์อ้วน
ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของท่าน
มองเห็นว่าหากปล่อยให้เป็นไปเช่นนี้
จะทำให้สามเณรน้อยไม่มีความรู้
จึงพาไปฝากฝังถวาย
เป็นศิษย์ของท่านพระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม
(ที่จริงน่าจะเป็นพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโลมากกว่า
เพราะหลวงปู่แหวนเกิด 16 มกราคม 2430
ส่วนพระอาจารย์สิงห์เกิด 27 มกราคม 2432
พระอาจารย์สิงห์อ่อนกว่าหลวงปู่แหวน 2 ปี ) ณ
วัดบ้านสร้างถ่อ อำเภอกษมสีมา
จังหวัดอุบลราชธานี
เป็นที่น่าอัศจรรย์
ขณะที่พระอาจารย์อ้วนกำลังพาสามเณรน้อย
เดินฝ่าเปลวแดดสีทองมุ่งหน้าเข้าสู่บริเวณวัดในยามบ่ายนั้น
พระอาจารย์สิงห์ขนัง
ศิษย์สำคัญสูงสุดของพระอาจารย์ใหญ่
ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐานคือ พระมั่น
ภูริทัตโต กำลังมองที่ร่างสามเณรน้อย
พลันก็บังเกิดฤทธิ์อำนาจ
แห่งอภิญญาณทำให้ท่านเห็นรัศมีเป็นแสงสว่างโอภาส
เปล่งประกายออกมาจากร่างของสามเณรน้อยผู้นี้
เป็นผู้ที่มีบุญญาธิการมาเกิด
ดั้งนั้นพระอาจารย์สิงห์
จึงได้ถ่ายทอดความรู้ตลอดจนข้อวัตรปฏิบัติทั้งหมดให้
หลังจากเดินทางมา
เห็นได้ว่ามีรถตู้มากมากเข้ามาเต็มเลยนะค่ะ
ซึ่งหลวงปู่แหวนนั้นเป็นที่เคารพนับถือมากของผู้คนทั่วไป
หรือแม้กระทั้งบุคคลต่างๆมากมาย
และเมื่อเข้ามาที่ในวัดแล้วก็พบกับความร่มรื่นของวัด
และยังดูสะอาดตาอีกด้วย
เราได้เข้าไปดูข้างในวัดและสักการะหลวงปู่แหวน
ทำให้รู้สึกถึงความสบายใจ
ที่ได้มากราบไหว้ท่าน
ก็อยากให้เพื่อนๆเข้ามากราบไหว้กันนะค่ะ
หรือไม่ก็มาดูสถาปัตยกรรมที่สวยงามของวัดนี้กัน
เส้นทางมาวัด
เส้นทางไปวัดแม่ปั่ง
ง่าย ๆ จากสามแยกโรงพยาบาลเทพปัญญา
ในตัวเมืองเชียงใหม่ ขับตรงไปประมาณ 80 กว่า
กิโลเมตร เมื่อเข้าสู่หมู่บ้านแม่ปั๋ง
ทางด้านขวามือ ติดถนนใหญ่ จะเห็น
ซุ้มสีขาวเป็นทางเข้า
ข้างบนมีรูปปั้นของหลวงปู่แหวน
ถือไม้เท้าอยู่ข้างบน เลี้ยวเข้าไปตรงนั้นค่ะ
ประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงวัดดอยแม่ปั๋ง ทริปหน้าจะพาไปที่ไหนติดตามกันด้วยนะค่ะ
...
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/ |