Member Login
username
password
สมัครสมาชิก

ท่องเที่ยวภาคตะวันออก

ท่องเที่ยวภาคเหนือ

ท่องเที่ยวภาคกลาง

ท่องเที่ยวภาคอิสาน

ท่องเที่ยวภาคใต้

ท่องเที่ยวต่างประเทศ

The Way of Love @ กิ่วแม่ปาน


หลังจากที่หมูหิน.คอม พาเที่ยวอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ทริปนี้หมูหิน.คอมก็ยังอยู่ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ และจะพาเพื่อน ๆ ไปเข้าห้องเรียนกัน แต่ว่าไม่ใช่ห้องเรียนที่มีโต๊ะเก้าอี้ และคุณครูยืนให้ความรู้อยู่หน้าห้อง หากแต่เป็น “ห้องเรียนธรรมชาติ” ที่ “กิ่วแม่ปาน

จากสภาพธรรมชาติที่มีความงดงามอุดมสมบูรณ์และหาดูได้ยากในประเทศไทย ทำให้กิ่วแม่ปาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เหมาะที่จะเป็นห้องเรียนธรรมชาติสำหรับคนทุกเพศทุกวัย การเดินศึกษาธรรมชาติที่กิ่วแม่ปาน จึงเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่มาแรงแซงโค้งการเฝ้ารอชมพระอาทิตย์ขึ้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 42 ของถนนจอมทอง ดอยอินทนนท์ ที่ระดับความสูงประมาณ 2000 เมตรจากระดับน้ำทะเล หากใครยังคิดไม่ออกว่าอยู่จุดไหนก็ให้นึกถึงบริเวณที่รอชมพระอาทิตย์ขึ้นนั่นแหละ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน มีระยะทางทั้งหมด 3 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินศึกษาธรรมชาติประมาณ 2 3 ชั่วโมง สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นป่าดิบเขา และทุ่งหญ้ามีความลาดชันลัดเลาะไปตามไหล่เขา เส้นทางนี้มีลักษณะเป็นวงรอบที่เดินลาดชันขึ้นไปทางทิศตะวันตก จนกระทั่งถึงบริเวณสันกิ่วแม่ปาน และอ้อมวกลงมาทางใต้ตามสันกิ่ว ซึ่งเป็นทางลาดชันลง และในที่สุดก็จะวกกลับมาทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นทางลาดชันขึ้นอีกครั้งหนึ่งเพื่อไปบรรจบกับทางเดินเข้ามาในครั้งแรก

ทริปนี้หมูหิน.คอมมีเพื่อนร่วมทริปอีก 10 ท่าน โดยได้น้องแป้งเป็นไกด์นำทาง ก่อนการเดินทางน้องแป้งก็จะอธิบายรายละเอียดและข้อควรระวังเกี่ยวกับการเดินกิ่วแม่ปาน ขอบอกว่าใครมีโรคประจำตัว โรคหอบหืด โรคความดันโลหิต ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ สำหรับการแต่งตัวก็ควรสวมรองเท้าผ้าใบ กางเกงขายาว เสื้อแขนยาว ให้เรียบร้อย เพราะด้านในเป็นป่าทั้งหมด ลืมบอกไปว่าต้องเตรียมน้ำดื่มเข้าไปด้วย เพราะข้างในไม่มีนะจ๊ะ

ธรรมชาติอันโดดเด่นที่สุดของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้ปรากฏต่อสายตาของเราตั้งแต่เริ่มเดินเข้าสูเส้นทางกิ่วแม่ปาน เพราะเป็นอาณาจักรของป่าดิบเขาที่รายล้อมตัวเรา เป็นป่าดิบเขาระดับสูง ซึ่งพบได้ที่ความสูงมากกว่า 2000 เมตรจากระดับน้ำทะเลเท่านั้น และสิ่งสำคัญที่ก่อให้เกิดป่าดิบเขาประเภทนี้ได้ สภาพภูมิอากาศต้องหนาวเย็นและมีความชื้นตลอดปีเท่านั้น จึงทำให้พื้นที่มีเมฆหมอกปกคลุมตลอดเวลา บางคนจึงเรียกป่าชนิดนี้ว่า ป่าเมฆ จะสังเกตดูได้จากตามต้นไม้จะมีพืชที่ชอบความชื้นอย่างเช่น มอส เฟิร์น ฝอยลม และกล้วยไม้ป่าขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น

เดินต่อมาอีกหน่อยก็จะพบกับแหล่งต้นน้ำซึ่งเป็นสายธราแห่งชีวิต เพราะป่าดิบเขามีความสำคัญในการซึมซับและปลดปล่อยน้ำสู่ลำห้วยต่าง ๆ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจึงทำให้การสลายตัวของซากพืชเป็นไปอย่างช้า ๆ ทำให้ซากพืชที่ปกคลุมหน้าดินเปรียบเสมือนฟองน้ำที่มีรูพรุน ส่งผลดีต่อการดูดซับและเก็บกักน้ำไว้ในดิน นอกจากนั้นยังมีบรรดามอส เฟิรน์ที่ขึ้นตามลำต้นและกิ่งก้านของต้นไม้ยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการดูดซับความชื้นที่มากับเมฆหมอก และกลั่นตัวเป็นหยดน้ำในที่สุด น้ำที่ไหลสู่ดินจะค่อย ๆ ถูกปลดปล่อยลงสู่ลำห้วยตลอดทั้งปี แถมยังไหลไปสู่แม่น้ำปิง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนเชียงใหม่อีกด้วย

เดินมาได้สักพัก ทุกคนในกลุ่มจากที่รื่นเริงบันเทิงมีกัน ก็กลับกลายเป็นเงียบไม่พูดไม่จา ต่างคนก็มองหาแต่ที่นั่งพัก ไกด์ก็เลยพาเรามานั่งตรงที่จุดชมเถาวัลย์ ระหว่างที่นั่งพักไกด์ก็ให้ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับเถาวัลย์ต่าง ๆ เถาวัลย์เป็นไม้ที่ไม่สามรถทรงตัวได้เพียงลำพัง ต้องอาศัยไม้ใหญ่เป็นหลักเกาะขึ้นไปรับแสงแดดซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสังเคราะห์แสงเพื่อการมีชีวิตรอด ถือเป็นการดำรงอยู่ในสภาวะแห่งการพึ่งพาอาศัยเกื้อกูลกันระหว่างไม้ใหญ่และเถาวัลย์

พอหายเหนื่อยเราก็เดินทางกันต่อ จุดที่กำลังจะไปถึงนี้ไกด์บอกเราว่า ถ้าอยากได้ความรู้สึกต้องหลับตา แล้วเดินเกาะหลังกันไป จากนั้นก็ให้ค่อย ๆ เปิดตาขึ้นก็จะพบกับทุ่งหญ้าเมืองหนาว ที่กว้างสุดลูกหูลูกตา หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์นั่นเอง ทุ่งหญ้าประเภทนี้จะปกคลุมสันเขาและยอดเขา บริเวณที่สูงกว่า 2000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะจะเป็นพื้นที่โล่ง ๆ มีหินโผล่ มีหญ้าปกคลุมสลับกับไม้พุ่มและพืชล้มลุก ระหว่างเดินลัดเลาะตามทุ่งหญ้าเมืองหนาวก็จะพบพืชอื่น ๆ เช่น เฟิรน์ชนิดทนไฟ บังทอง กูดดอย มะแหลบ ไกด์บอกว่าบางกลุ่มโชคอาจเจอร่องรอยของหมูป่าอีกด้วย เพราะบริเวณนี้เป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์

เดินต่อมาประมาณ 1 กิโลเมตร ไกด์ก็จะพามาพักยังจุดชมวิว แต่ว่าวันนี้โชคร้าย ฟ้ายังไม่เปิด เราก็เลยเห็นแต่เมฆ ไม่ได้เห็นอำเภอจอมทองและอำเภอแม่แจ่มที่อยู่เบื้องล่าง แต่ว่าด้วยสายลมที่พัดมาไม่ขาดสาย เราก็เลยรีบเดินต่อ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับตัวเอง แต่ทางข้างหน้าต้องใช้ความระมัดระวังมาก ๆ แบบว่าต้องนำเอาความกล้าที่มีอยู่ในตัวเองออกมาใช้ให้หมด เพราะว่าเรากำลังเดินเลียบเหวสูงมาก ๆ แบบว่าหัวเต้นไม่เป็นจังหวะเลย ไกด์เค้าก็คงแอบเห็น ก็เลยปลอบใจว่าใกล้จะถึงจุดชิม “บลูเบอร์รี่ดอย” แล้ว ก็เลยตื่นเต้นกันใหญ่ ที่นี่เค้าเรียกว่า “ชามะยมดอย” มีลักษณะเม็ดเล็ก ๆ กลม ๆ ถ้าสุกได้ที่จะมีสีม่วงคล้ำ คล้าย ๆ กับเม็ดบลูเบอร์รี่ยังไงยังงั้นเลย ต้นชามะยมดอยเป็นไม่พุ่มในวงศ์กุหลาบดอย ถ้าสุกเต็มที่จะมีรสชาติหวาน ใครไปกิ่วแม่ปานก็ต้องไปชิมชามะยมดอยนี่แหละ (เค้าเป็นนางเอก)

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่นักท่องเที่ยวที่มาเดินกิ่วแม่ปานอยากจะพบเห็นที่สุดนั่นก็คือ “กุหลาบพันปี” จะออกดอกเต็มที่ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคมของทุกปี ต้นกุหลาบพันปีที่กิ่วแม่ปานจะมีอยู่สองลักษณะคือ ดอกสีแดงจะชอบขึ้นอยู่บริเวณยอดดอยที่มีลมพัดตลอดทั้งปี ส่วนดอกสีขาวจะขึ้นอยู่ในบริเวณที่มีความชื้นสูง ซึ่งทั้งสองลักษณะสามารถหาชมได้ที่กิ่วแม่ปาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

พอผ่านจุดกุหลาบพันปีแล้วก็ถึงเวลาเดินกลับแล้ว ทุกคนในกลุ่มต่างตื่นเต้น เพราะไกด์บอกว่าเราจะไม่เดินกลับทางเดิม แต่จะเดินกลับเข้าไปในป่าดิบเขาอีก แต่ว่าเส้นทางจะหฤโหดกว่าเดิมเพราะต้องเดินขึ้นเขา เพียงเท่านั้นแหละ ทุกคนในกลุ่มก็ส่งเสียงอันอิดโรยกู่ก้องดังทั่วป่ากันเลย ระหว่างเดินขากลับมีสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้นว่า “เราได้กลิ่นหมูย่าง” ทุกคนต่างก็ดีใจกันใหญ่ เพราะนั่นหมายถึงเรากำลังดินเข้าไปใกล้ยังจุดเริ่มต้นแล้ว

สำหรับใครที่อยากมาเข้าห้องเรียนธรรมชาติแบบหมูหิน.คอม ก็ต้องมาที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้เลย แต่ควรจะสอบถามข้อมูลกับทางอุทยานก่อน เพราะในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคมของทุกปี เส้นทางศึกษาธรรมชาติจะปิดเพื่อทำการปรับปรุงและให้ป่าฟื้นตัวจากการรบกวนของมนุษย์เรายังไงจ๊ะ

 
#1 : Comment
21 มิ.ย 2012 15:07:42

water
โอ้วววววว ช่างเป็นสถานที่ที่อยากไปมาก

เชิญแนะนำการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ความประทับใจ
comment
ชื่อ หรือ E-mail
captcha
  reset

 

ข้อมูลท่องเที่ยวน่าสนใจ
 
HOT LINK
タイ(バンコク)のホテル・サービスアパート



 

moohin logo
Copyright © 2010 www.moohin.com. All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form prior permission.
ทางทีมงานหมูหิน.คอม ขอสงวนลิขสิทธิ์ การเผย แพร่ข้อมูล ภาพ เรื่อง และ วีดิโอ โดยไม่ได้รับอนุญาติ
*** ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่และภาพ ***
หมูหิน.คอม:เว็บท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในเมืองไทย :: การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย ท่องเที่ยว ไทย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ ไทย ท่องเที่ยว สถานที่ท่อง เที่ยว การท่อง เที่ยว
X