|
จากทรายเม็ดเล็ก สู่ประติมากรรมปราสาททรายอันยิ่งใหญ่ระดับโลก แห่งเดียวของเมืองไทย
ใครจะเชื่อละครับจากเม็ดทรายที่ใคร ๆเพียงแค่มองผ่าน กลายมาเป็นความยิ่งใหญ่ตระการตาของประติมากรรมทรายที่ถูกเนรมิตขึ้นมาด้วยศิลปะการปั้น จากนักปั้นฝีมือเอกจากหลายประเทศทั่วโลก กว่า 70 ท่าน บนพื้นที่กว่า 12 ไร่ ทริปนี้ เราพามาชมความยิ่งใหญ่ของทราย ที่ถูกเนรมิตเป็นงานปั้นที่ถ่ายทอด เรื่องราว และสถานที่สำคัญต่าง ๆ ทั้งในเมืองไทยของเราและต่างประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งรวมงานปั้นประติมากรรมทรายระดับโลก แห่งเดียวในประเทศไทย ครับ
ศิลปะการปั้นทรายเริ่มต้นในศตวรรษที่ 20 เมื่อช่างศิลป์ในยุคนั้นค้นพบลักษณะพิเศษของทราย กล่าวคือ เมื่อไล่อากาศออกจากทรายจนหมด ทรายจะมีความหนาแน่น สามารถปั้นหรือแกะเป็นรูปต่างๆตามจินตนาการ หรือตามภาพที่สเกตขึ้นมา ทำให้มหกรรมปั้นทรายเป็นที่นิยมและแพร่หลายไปทั่วโลก มหกรรมปั้นทรายระดับโลก เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณ 14 ปีก่อนในแถบประเทศยุโรป ความงดงามจากเม็ดทรายและความยิ่งใหญ่ในการก่อสร้างประติมากรรมทรายที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็น จนทำให้เกิดการจัดงานปั้นทรายต่อเนื่อง ไปในหลายประเทศทั้ง ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม ฮอลแลนด์ เยอรมนี อังกฤษ และเดนมาร์ก ถือว่า เป็นการสร้างศิลปะแขนงใหม่ขึ้นมา
เมื่อปี 2550 ซึ่งเป็นปีมหามงคลเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา ทางบริษัทเอ็ดดูเทนเม้นท์ แพลนเน็ท จำกัด ได้ร่วมกับสำนักงานจังหวัดฉะเชิงเทราและเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ก่อสร้างประติมากรรมทรายขึ้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งเป็นการแสดงประติมากรรมทรายในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นแห่งแรกของเมืองไทย โดยในการปั้นได้เชิญนักปั้นมืออาชีพจากประเทศ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐเช็กและไอซ์แลนด์ รวมทั้งนักปั้นชาวไทยมาร่วมในการสร้างปรากฎการณ์ในครั้งนี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้ชมและสัมผัสกับชิ้นงานที่สุดอลังการจากเม็ดทราย โดยใช้ทรายทั้งหมดกว่า 4,500 ตันในการสร้างประติมากรรมทั้งหมด ทรายที่ใช้นำมาจากจังหวัดชลบุรีซึ่ง เป็นทรายที่พึ่งเกิดใหม่เนื้อละเอียด
จากการจัดงานมหกรรมปั้นทรายโลก เพื่อร่วมฉลองปีมหามงคลเฉลิมพระชนมายุ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2550 ซึ่งได้ระดมนักปั้นระดับโลกกว่า 70 คน ที่เข้ามาร่วมกันโชว์ประติมากรรมทรายสุดยอด มีประติมากรรมทรายกว่า 30 ผลงาน ทำให้เป็นประติมากรรมทรายที่สวยงามยิ่งใหญ่ระดับโลกและกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งใหม่ของจังหวัดฉะเชิงเทรามาจนถึงปัจจุบัน ในชื่อสถานที่ท่องเที่ยวปราสาททราย ซึ่งเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากในปัจจุบัน
สถานที่จัดแสดงปราสาททรายเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 12 ไร่ ผลงานปั้นทรายก็มีตั้งแต่ขนาดเล็กจนไปถึงขนาดใหญ่ เรียกว่าเดินชมกันจนเหนื่อยไปเลย ผลงานการปั้นแต่ละชิ้นแต่ละอย่างจำลองได้เหมือนจริงมาก ๆ ไม่น่าเชื่อว่าทรายก็มาเป็นงานศิลปะอันยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ เป็นประติมากรรมทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เช่นเรื่องราวเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รวมถึงพระราชกรณียกิจ ,ประวัติศาสตร์ของไทย, สถานที่สำคัญของไทยและของโลก , ทางพุทธศาสนา ,วรรณคดีไทย,วิถีชีวิต และประติมากรรมการ์ตูนแบบต่างๆ เป็นต้น โดยในการจัดแสดงจะแบ่งออกเป็น สามโซน
โซนที่ 1 เป็นการจัดการแสดงประติมากรรมทราย เพื่อเทิดพระเกียรติในหลวง ซึ่งแสดงถึงพระราชประวัติ พระจริยาวัตร และพระกรณียกิจต่าง ๆ ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รวมทั้งสถานที่ขึ้นชื่อของเมืองไทย ได้แก่ พระนารายณ์ทรงครุฑ ล้อมรอบด้วยทวยเทพ กังหันชัยพัฒนา กำแพงวัดพระแก้วและสระบัว เรือไมโครมด เขื่อนภูมิพลและโครงการฝนหลวง วงดนตรีแจ๊ส สวนแม่ฟ้าหลวงและพระตำหนักดอยตุง โครงการหลวง เข้ามาในโซนนี้ รู้สึกถึงความเป็นความอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พ่อหลวงของพวกเราชาวไทย และมีแง่คิดเกี่ยวกับ เศรษฐกิจพอเพียงซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพอมีพอกินอยู่แบบไม่ต้องเดือดร้อน และ บริเวณนี้กำลังปั้นประติมากรรมทรายขนาดใหญ่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องสิบสองนักสัตว์ สวยและใหญ่มาก ซึ่งเราได้เห็นถึงวิธีการปั้นทรายของช่างฝีมือกว่าจะมาเป็นทรายปั้นรูปร่างต่าง ๆ ก็ยากพอสมควรครับ ขอชมเชยยกนิ้วให้กับช่างปั้นทุกคนเลยครับ เก่งมาก ๆ อย่ารอช้าไปต่อในส่วนโซนที่ 2 เลยครับ
โซนที่ 2
จัดการแสดงประติมากรรมทราย ในด้านวัฒนธรรมและประติมากรรมของไทย รวมทั้งตัวละครต่าง ๆ ในวรรณคดีของไทย เมื่อเราเดินมาถึงต้องตกตะลึงกับแสงสีเสียงที่ผสมผสานกันกับประติมากรรมทรายได้อย่างลงตัวและสวยงาม สุด ๆ ครับ โดยเป็นลักษณะการแสดงแบบในที่มืด ซึ่งจะมีการประดับ แสง สี และเสียง ประกอบในการจัดแสดงด้วย ประติมากรรมทรายในโซนนี้ ได้แก่ ยักษ์และวัดพระแก้ว วัดโสธรวรารามวรวิหาร จตุคามรามเทพ สมเด็จพระนเรศวรฯ กระทำยุทธหัตถี นางเงือก กินรี หนุมาน สุดสาคร พระอภัยมณีและสุนทรภู่ ชีเปลือย และผีเสื้อสมุทร ซึ่งแต่ละผลงานที่ปั้นออกมา บอกได้เลยครับว่าเหมือนจริงมาก ๆ
โซนที่ 3 เป็นส่วนของการจัดการแสดงประติมากรรมทรายนานาชาติ โซนนี้ส่วนใหญ่ จะเป็นการแสดงประติมากรรมทรายที่เป็นผลงานของนักปั้นชาวต่างชาติ ได้รวบรวมสถานที่สำคัญของหลายประเทศมาอยู่บนงานปั้นทราย เรียกว่าไม่ต้องเดินทางไปไกล ดูอยู่เมืองไทยเราก็เห็นครับ ประกอบด้วย ประตูแบรนแดนเบิร์ก หอไอเฟล ทหารองครักษ์ และหอนาฬิกาบิ๊กเบน รูปปั้นเทพีเสรีภาพ ภาพวาดแวนโก๊ะและกังหันลม โคลีเซียมและนักสู้เสือ นักเต้นฟลามิงโกและนักสู้วัวกระทิง ภูเขาไฟฟูจิ เกอิชา จิงโจ้ หมีโคอาล่า โรงละครโอเปร่า โบสถ์เซนต์นิโคลัส พีระมิดกับสฟิงซ์ สุสานตุตันคาเมน กำแพงเมืองจีน มังกร และรูปปั้นหินกองทัพราชวงศ์ชิงของจีนแผ่นดินใหญ่ โซนนี้มีประติมากรรมทรายขนาดใหญ่หลายผลงาน ซึ่งแต่ละผลงานเป็นระดับโลกที่มาจากนักปั้นฝีมือเอกของโลกหลายท่าน เรียกว่าได้ตื่นตาตื่นใจจนไม่อยากกลับออกไป สวยและใหญ่มาก ๆ
นอกจากส่วนของการจัดแสดงทั้งสามโซนแล้วในอาคารต้อนรับด้านหน้าก็มีประติมากรรมทรายอีกหลายชิ้นที่เดินเขาไปแล้วก็ต้องตื่นตาตื่นใจกันแทบทุกคนครับ ไม่ว่าจะเห็น แฮร์รี่พอร์ทเตอร์ คิงคอง ประติมากรรมทรายสัมพันธ์ไทย-จีน องค์พระพิฆเนศองค์ใหญ่ วิถีชีวิตของชาวบ้านบางประกง ประติมากรรมทรายเจ้าแม่กวนอิม ไซอิ๋ว เป็นต้น และยังมีร้านค้าขายของฝากของที่ระลึกอีกมากมาย สินค้า OTOP ของดีเมืองฉะเชิงเทรา มีทั้งตุ๊กตาดินเผา โมบายดินเผาใส่ในกล่องสวย ๆ เหมาะที่จะนำเป็นของฝาก ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกะลามะพร้าวทำเป็นโคมไฟสวยงาม พร้อมกับบริการเครื่องดื่มนานาชนิด และมุมนั่งพักผ่อนอีกหลายจุด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าแวะเข้าไปพักผ่อนอีกแห่งหนึ่งของเมืองแปดริ้วครับ
ในตัวเมืองแปดริ้วนอกจากปราสาททรายแล้วก็ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวและมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งให้เราได้เข้าไปท่องเที่ยวกัน หลังจากเที่ยวชมประติมากรรมปราสาททรายแล้ว เราก็เดินทางไปวัดโสธรอีกนิดเดียว เพื่อนมัสการขอพรองค์หลวงพ่อโสธร เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง หรือจะล่องเรือชมพระอุโบสถวัดโสธร พร้อมกับชื่นชมธรรมชาติรอบ ๆ ตัวในแม่น้ำบางปะกงก็สามารถทำได้มีสถานที่ให้บริการล่องเรืออยู่หลายจุดทั่วเมือง จากนั้นก็ไปกินของอร่อยที่ตลาดบ้านใหม่ตลาดโบราณริมน้ำอายุกว่า 100 ปีพร้อมดูวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ หรือจะแวะวัดจีนประชาสโมสรไหว้องค์เจ้าแม่กวนอิมลอยน้ำก็ตามสบายครับ เที่ยวเมืองแปดริ้วกันให้ทั่วไปเลย
สถานที่ท่องเที่ยวปราสาททราย ตั้งอยู่ เลขที่ 28/92 บริเวณถนนศรีโสธรตัดใหม่ ห่างจากวัดโสธรวรารามวรวิหาร (วัดหลวงพ่อโสธร) ประมาณ 800 เมตร ติดกับห้างคาร์ฟูร์ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 18.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Tel 038-515 120 Fax
038-515 121(
www.thaisandcity.com)
หรือโทรไปที่ 02-2505500
สอบถามข้อมูลไปได้เลยครับ
 |
 |
 |
 |
แผนที่แสดงที่ตั้ง ประติมากรรมปราสาททราย
 |
|
 |
 |
 |
 |
|
การเดินทางมายังปราสาททรายก็ไม่ยากครับ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ในตัวเมืองเดินทางทางรถยนต์จากกรุงเทพมาได้หลายเส้นทาง เช่น มาตามทางหลวงหมายเลข 304 (กรุงเทพฯ-มีนบุรีฉะเชิงเทรา), มาตามทางหลวงหมายเลข 3 (ผ่านสมุทรปราการ-บางปะกง),มาเส้นทางสายมอเตอร์เวย์ เมื่อถึงตัวเมืองแปดริ้ว ให้เลี้ยวขวาใช้เส้นทาง ถนนศรีโสธร ตรงไปจนถึงห้างคาร์ฟูร์ สาขาจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนเข้าห้างเลี้ยวขวาเข้าไปยังปราสาททราย ประมาณ 30 เมตร เดินทางสะดวกหาง่ายมีป้ายบอกตลอดการเดินทางครับ
เดินทางโดยรถประจำทาง จากกรุงเทพมีรถโดยสารปรับอากาศสาย 57 ที่ผ่าน หมอชิต บางเขน มีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ถึง บขส.จังหวัดฉะเชิงเทรา จากนั้นต่อรถปรับอากาศสาย 5 รอบเมือง หรือจะนั่งรถสองแถวคันสี {เหลืองสายวัดหลวงพ่อโสธรก็ได้ เมื่อถึงคาร์ฟูก็ลงเลยซึ่งสถานที่จัดแสดงประติมากรรมทราย จะอยู่หลังห้างคาร์ฟูสาขาฉะเชิงเทรา หาไม่ยากเลยครับเดินเข้าไปประมาณ 30 เมตร
งานปั้นทรายจากเม็ดเล็ก ๆ หลอมรวมกันเป็นหนึ่งด้วยจิตวิญญาณของนักปั้นกับทรายจำนวนมาก กลายมาเป็นประติมากรรมระดับโลกที่มาจากฝีมืออันประณีตบวกกับความอดทนที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งที่สวยงามให้เราได้ชมกันกับ ศิลปะแห่งทรายที่เดียวของเมืองไทย เป็นประติมากรรมทรายระดับโลกที่น่าชื่นชมอีกแห่งหนึ่งของโลกครับ หากเพื่อน ๆเดินทางมาเที่ยวเมืองแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา ก็อย่าลืมแวะเข้าไปชื่นชมกับผลงานของนักปั้นทรายระดับโลกที่มาจากหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศ ที่สถานที่ท่องเที่ยวปราสาททรายกันนะครับ รับรองว่าต้องตื่นตาตื่นใจแน่นอนครับ ทริปหน้าหมูหิน.คอม จะพาไปดูศิลปะระดับโลกที่ไหนอีกก็ติดตามได้ที่ (www.moohin.com) คิดจะเที่ยวเว็บเดียวก็พอ
บัตรเข้าชมอยู่ที่ ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท เปิดทุกวัน เวลา 09.00 - 18.00 น.
โซนที่ 1 เทิดพระเกียรติในหลวง
เมื่อเข้ามาก็เห็นนักปั้นทรายกำลังทำเกี่ยวกับเรื่องสิบสองนักสัตว์ ในโซนนี้เมื่อท่านเข้าจะรู้สึกถึงความเป็นความอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เช่นกังหันชัยพัฒนา เรือไมโครมด เขื่อนภูมิพล พระอัจฉริยภาพทางดนตรีจะเห็นประตอมากรรมทรายวงดนตรีแจ๊ส ที่ที่มากที่สุดก็คือเศรฐกิจพอเพียงซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพอมีพอกินอยู่แบบไม่ต้องเดือดตัวอย่ารอช้ากันไปต่อในส่วนโซนที่ 2 กัน
โซนที่ 2 ประวัติศาสตร์และวรรณประวัติแห่งไทย
เมื่อเข้ามาในโซนที่ 2 ก็ยิ่งต้องตกตะลึงกับแสงสีเสียงที่ผสมผสานกันกับประติมากรรมทรายได้อย่างลงตัวและสวยงาม เพื่ออธิบายถึงเรื่องราวและสถานที่ที่สำคัญของไทย เช่น โบสถ์วัดโสธรวรารามวรวหาร หรือที่รู้จักกันในชื่อวัดหลวงพ่อโสธร หันหลังกลับก็เจอกับยักษ์วัดแจ้งตัวใหญ่เท่ากับของจริงเลย แสงที่สาดส่องประติมาทรายทุกชิ้นทำให้มีชีวิตขึ้นมาอย่างนั้น ถัดมาอีกหน่อยพบกับพระนเรศวรทรงทำยุทธหัตถีก็บ้านกู้เมืองจนไทยได้เป็นเอกราชจนถึงทุกวันนี้ ถัดมาจะเป็นหนุมานอมพลับพลาในเรื่องรามเกียร นางกินรีในป่าหิมพานต์ ปิดท้ายสุดด้วยวรรณกรรมของไทยเรื่องพระอภัยมณี มีสุดสาคร นางเหงือก ผีเสื้อสมุทร และเจ้าตัวแสบชีเปลือย ต่อไปก็เข้าโซนที่ 3 กัน ตามผมมาเลยครับ
โซนที่ 3 แลนด์มาร์ค ออฟ เดอะ เวิลด์
บริเวณโซนนี้จะเป็นการแสดงประติมากรรมทราย ที่เป็นผลงานของนักปั้นชาวต่างชาติ ชิ้นแรกที่ได้ชมคือ ประตูแบรนเดนเบิร์ก ของประเทศเยอรมนี ถัดมาก็จะเป็นจิตรกรชาวฝรั่งเศสกำลังวาดภาพหอไอเฟล ทหารองค์รักษ์ของอังกฤษกับหอนาฬิกาบิ๊กเบล เห็นมั้ยครับเราไม่ต้องไปดูที่อังกฤษแล้วบ้านเราก็มี อีกชิ้นมาอลังการงานสร้างไม่แพ้กันคือ อนุสาวรีย์เสรีภาพชิ้นนี้นี่เอง ถัดมาก็จะเป็นศิลปะของทางประเทศญี่ปุ่นมีนักดนตรี ภูเขาไฟฟูจิที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความงามเดินมาอีกหน่อยก็เจอกับกำแพงเมืองจีน มังกรสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของจีน ก่อนจะถึงทางออกจะมีฟาร์โรกับสุสานศิลปะทรายอียิปต์
หลังจากที่ออกเดินชมจนหมดแล้วที่นี่ยังมีสินค้า OTOP ของดีเมืองฉะเชิงเทรา มีทั้งตุ๊กตาดินเผา โมบายดินเผาใส่ในกล่องเป็นอย่างดีเหมาะที่จะนำเป็นของฝากกันหรือจะซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกะลามะพร้าวทำเป็นโคมไฟสวยงามไม่แพ้ของที่มีราคาแพงเลยใช้ของที่มีอยู่แล้วตามสโลแกนที่ว่า ใช้แล้วใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ สุดท้ายขอเชิญชวนทุกท่านให้เข้ามาชมงานฝีมืออันประณีต ความอดทนที่สร้างสรรค์สิ่งที่สวยงามให้เราได้ชมกันกับ ศิลปะทรายแห่งเดียวของไทย
ข้อแนะนำและเกร็ดความรู้
- เมื่อเข้าไปในสถานที่แล้วไม่ควรจับงานประติมากรรมทรายเพราะจะทำให้เกิดความเสียหายได้
- ทรายที่ใช้นำมาจากจังหวัดชลบุรี เป็นทรายที่พึ่งเกิดใหม่ เนื้อละเอียด
-เ ป็นงานแสดงประติมากรรมทรายในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- ขณะที่ชมควรศึกษาประวัติศาสตร์ไปในตัวด้วย
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
หลังจากเที่ยวชมประติมากรรมปราสาททรายแล้ว เวลายังเหลือเราสามารถเลยไปสักการะบูชาหลวงพ่อโสธร เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองด้วย หรือจะล่องเรือชมพระอุโบสถวัดโสธร พร้อมกับชื่นชมธรรมชาติรอบ ๆ ตัว และมุ่งสู่ตลาดบ้านใหม่เพื่อดูวิถีชีวิตของคนในพื้นที่
และตลาดโบราณริมน้ำอายุกว่า 100 ปี
การเดิน
การเดินทาง ง่ายมาก เพราะสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ในตัวเมือง เรานั่งรถโดยสารปรับอากาศสาย 57 ที่แล่นผ่าน หมอชิต บางเขต มีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จากชลบุรีถึง บขส.จังหวัดฉะเชิงเทรา ลงมาต่อรถปรับอากาศสาย ๕ รอบเมือง หรือจะนั่งรถสองแถวคันสี {เหลืองสายวัดหลวงพ่อโสธรก็ได้ เมื่อถึงคาร์ฟูก็ได้เวลาลงจากรถ ซึ่งสถานที่จัดแสดงสิ่งประติมากรรมทราย จะอยู่หลังห้างคาร์ฟูสาขาฉะเชิงเทรา ซึ่งหาไม่ยากเลย
ดำเนินการก่อสร้างและจัดแสดงโดย
บริษัท เอ็ดดูเทนเม้นท์ แพลนเน็ท จำกัด
28/92 ถนนศรีโสธรตัดใหม่ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา 24000 Tel 038-515 120 Fax 038-515 121
www.thaisandcity.com
ขอขอบคุณข้อมูลจาก บริษัท เอ็ดดูเทนเม้นท์ แพลนเน็ท จำกัด www.thaisandcity.com
หมูหิน.คอม คิดจะเที่ยวเว็บเดียวก็พอ...
ภาพ เรื่อง และวีดีโอ.....ทีมงานหมูหิน.คอม |