|
www.MooHin.com
>
จังหวัดกรุงเทพมหานคร
>
จักรยานล้อโต๊โต โตที่สุดในโลก
|
ถ้าจะพูดถึงเรื่องราวของความที่เป็นที่สุดในโลกนั้น คนไทยอย่างเราๆก็ไม่น้อยหน้าที่ไหนในโลกเหมือนกัน
อย่างวันนี้หมูหินได้มาชมสิ่งที่เป็นที่สุดอีกอย่างหนึ่ง
ที่คนไทยเราได้คิดประดิษฐ์ขึ้นมาเอง
โดยการนำเอาความชื่นชอบมาผสมผสานกับความเก่าคลาสิคของรถจักรยาน ทำให้เกิดสิ่งที่เป็นที่สุดในโลกอีกชิ้นในประเทศไทย
|
|
| หลายๆคนคงเคยพบเห็นรถจักรยานโบราณมามากมายหลายชนิด หลากหลายรูปแบบ และหลายๆคนคงจะเคยเห็นเจ้าจักรยานที่มีล้อหน้าโตๆ ที่มีที่นั่งปั่นอยู่เหนือล้อที่โตๆกันมาบ้างแล้ว น บางคนอาจะเคยเห็นในภาพยนต์ บางคนอาจจะเคยเห็นในรายการทีวีต่างๆ แต่ที่เห็นๆกันมาน่ะอาจจะยังโตไม่พอ ไม่เป็นไรครับวันนี้หมูหินจะพามาดูเจ้าจักรยานล้อโตที่ว่านี้อย่างใกล้ๆ แบบคันเป็นๆเลย แถมยังเป็นคันที่ล้อโตที่สุดในบ้าน...ไม่สิ..ล้อโตที่สุดในโลกเลยครับ (หรือโตที่สุดในจักรวาล เพราะนอกโลกคงไม่ใช้กัน..555 ขำกันหน่อยนะ อย่าให้ฝืด) |
| เจ้าจักรยานคันที่ว่านี้ เจ้าของเค้าเอามาโชว์ตัวที่ เซ็นทรัลรามอินทรา ในงาน Let's Ride The Bike ซึ่งงานนี้มีวัตถุประสงค์๋ในการรณรงค์ให้คนหันมาใช้จักรยานเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน ภายในงานเค้าขนจักรยานเก่าคลาสสิคหลายรุ่น หลายยี่ห้อออกมาโชว์หลายสิบคัน ใครชอบจักรยานโบราณอยู่แล้ว หรืออยากเห็นเจ้าล้อโตก็ลองเที่ยวชมและหาข้อมูลเบื้องต้นภายในงานก่อนก็ได้ เพราะมีพี่ๆในคนรักจักรยานโบราณคอยให้ความรู้เรื่องรถจักรยานอยู่ในงานด้วย อ่อ.. งานนี้เริมวันที่ 15-21 ตุลาคม เท่านั้นครับ แต่ถ้าใครมาไม่ทันไม่เป็นไร เค้ามีที่ให้ไปชมได้ที่บ้านของพี่ชัยเค้า (เดี๋ยวจะเอาที่อยู่และเบอร์โทรใว้ให้ท้ายเรื่องละกันนะ) |
| ในปัจจุบัน เจ้าล้อโต้เหล่านี้ไม่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาด ทางคนรักจักรยานโบราณจึงมีความคิดว่า ในประเทศไทยน่าจะมีจักรยานล้อโต้อย่างอังกฤษบ้าง เพราะจักรยานรุ่นนี้มีลักษณะที่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ และขนาดของล้อรถ จึงได้ผลิตขึ้นเองในประเทศไทย โดยผลิตให้เหมือนของประเทศอังกฤษทุกๆอย่าง แต่จะสวยกว่าของแท้ และใช้งานได้แข็งแรงกว่า เนื่องจากวัสดุที่ใช้คือเหล็กกล้าทังคัน หากใครรักจริง..อยากเป็นเจ้าของก็เตรียมค่าสินสอดไว้อย่างน้อยๆ ก็ 50,000บาทครับ |
| จากที่เดินๆดูมีจักรยานบางคันที่เคยได้เห็นตอนเด็กๆ บางคันที่บ้านก็เคยมีเป็นของคุณปู่ แต่ไม่รู้ว่าหายไปไหนหมดแล้ว น่าเสียดาย ถ้ารู้ว่าราคาตอนนี้สูงขนาดนี้นะ หมูหินจะจัดเก็บเข้าห้องเก็บไว้เป็นอย่างดี.. (ก็อย่างนี้แหละน๊า..คนเรามักจะเห็นค่าก็ต่อเมือไม่มีมันแล้ว..) มีหลายๆคันที่สะดุดตาและไม่เคยได้เห็น แต่ก็ได้มาเห็นในงานนี้และ หมูหินพูดคุยกับพี่ชัยคนรักรถจักรยานโบราณ พี่เค้าชอบจักรยานโบราณมากๆ ที่เอามาโชว์นี่เกือบทั้งหมดเป็นของพี่เค้า ที่พี่เค้าปลื้มที่สุดก็มี เจ้าตัวเล็กที่สามารถพับได้นั่นแหละครับ เห็นว่าได้มาจากเขมร ทหารเขมรแบกข้ามเขามา พี่เค้าเห็นเลยซื้อมา อายุก็ราวๆ 90ปีน่ะครับ (โอว์ววแม่เจ้า..) |
อีกคันก็คือยี่ห้อ Phillips ที่มีเจ้าเสือจากัวร์ ติดอยู่บังโคลนหน้า พี่ชัยบอกว่าคันนี้แท้ๆทั้งคันสภาพสวยมากๆ และอีกคันถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นรถสามล้อถีบ ที่ใช้รับจ้างกันนี่แหละ แต่คันของเค้าพิเศษตรงที่มันเป็นยี่ห้อ Super ที่ปัจจุบันหาได้ยากแล้ว แต่ก็ยังพอมีอยู่แถบๆจังหวัดนครปฐมที่ยังใช้รับจ้างกันจริงๆอยู่ |
มาดูจักรยานโบราณทั้งที เราจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความเป็นมาของรถจักรยานกันเลยก็กะไรอยู่ หมูหินเลยหาข้อมูลมาให้กัน ลองอ่านดูกันนะครับ
จากหนังสือจดหมายเหตุรายวันในหนังสือ
" ปุญญกถาพระประวัติและจดหมายเหตุรายวันของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ " ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ.๒๔๒๕ หน้า ๘๗ ( บันทึกระหว่างเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ ๒๔๒๕ )
ที่ได้ทราบจากบันทึกจดหมายเหตุรายวันจึงเห็นเป็นได้ว่ามีรถถีบได้เข้ามาเป็นครั้งแรกในช่วงสมัย ร. ๕ การสั่งซื้อ - ส่งจักรยานโดยทางเรือจากยุโรปมาถึงไทยในสมัยนั้นใช้เวลาเกือบปี ดังนั้นจึงถือเอาว่ารถจักรยานปรากฏในสยามช่วงปี พ.ศ. ๒๔๒๐ โดยบันทึกเป็นทางการเมื่อ วันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๒๕ เป็นที่เริ่มต้นจักรยานในประเทศไทย
นับจนถึงปัจจุบันนี้ยาวนานถึง 117ปีแล้ว อะไรที่มีอายุประมาณ 40-50ปีเรียกว่า เก่า ถ้าเกิน 100ปีเรียกว่าโบราณ จักยานที่ปรากฏช่วง ปีนั้นจึกเรียกได้เต็มปากว่า จักรยานโบราณ แรกๆที่มีรถถีบในสยาม เชื่อกันว่ารถจักรยานในสยาม ที่รู้จักกันในนาม รถถีบ มีเข้ามาตั้งแต่สมัยราชกาลที่ 4ตอนปลายแล้ว (ระหว่าง พ.ศ.2394-2411) ตรงกับ ค.ศ. 1851-1868 ซึ่งเป็นปีที่ผรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ ระคมความคิดสร้างสรรค์ จักรยานประดิษฐกรรมเพื่องฟูที่สุดก่อนเปิดยุคอุตสาหกรรมพัฒนา ถึงขั้นผลิตส่งออกขายทั่วโลกในปี 1884 ในฝรั่งเศสเองคลั่งไคล้จักรยานมากที่สุดในปี1867 หลังจากนั้น1 ปี จึงมีคนริเริ่มทำจักรยานเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม ในปี1869 บริษัทโครเวนตี้ ที่อังกฤษเร่ิมผลิตจักรยานล้อโตชื่อ เนนีพาร์ ทิง ออกจำหน่ายเป็นครั้งแรกจนเป็นที่มาของจักรยานที่ปรากฏเห็นกันในประเทศไทย ตามบันทึกต่อมาในสมัย รัชกาลที่5 รถจักรยานเข้ามาในสยาม เป็นพาหนะส่วนตัวที่ชาวกรุงนิยมนัก ถีบกันเกร่อทั้งไทยและเทศ |
|
สุดยอดเลยครับงานนี้ หากใครมีเวลาว่างก็หาโอกาสมาเที่ยวชมดูนะครับ แต่หากมาไม่ทันก็ไปที่นี่เลยครับ พี่ชัยเค้ายินดีต้อนรับ
** ร้านคนรักจักรยาน ซอยเสือใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก 36 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โทร.08-3187-9860, 08-1843-7074 ** |
|
เชิญแนะนำการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ความประทับใจ
|
|
|