www.MooHin.com> Moohin Top10> สถานที่ท่องเที่ยวสุดโรแมนติก
Moohin Top 10 Banner

Top10 สถานที่ท่องเที่ยวสุดโรแมนติกฤดูหนาว

ในวันแห่งความรักที่ใกล้จะถึงนี้ นอกจากการมอบของขวัญ และช่อดอกไม้ให้กัน เราอาจสร้างบรรยากาศด้วยการพาไปสถานที่ท่องเที่ยวที่โรแมนติก บรรยากาศดีๆ เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่กันและกัน มาดูกันดีกว่าค่ะว่า หมูหินดอทคอมได้จัดอันดับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวสุดโรแมนติ

ถูกใจก็จิ้มเลย
  • อันดับ 10 : อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา

    เป็นหมู่เกาะในทะเลอันดามัน ห่างจากฝั่งไปทางทิศตะวันตกประมาณ 70 กิโลเมตร ติดกับพม่า ประกอบด้วยเกาะสำคัญ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะไข่ (เกาะตอรินลา) เกาะกลาง (เกาะปาจุมบา) และเกาะรี (เกาะสต๊อก) เป็นหมู่เกาะที่มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์สวยงามมาก มีปลาสีสันต่างๆ มากมาย เหมาะสำหรับชมปะการังน้ำตื้น โดยเฉพาะเกาะไข่ ส่วนบริเวณที่เหมาะจะดำน้ำลึก คือ กองหินริเชลิว อยู่ห่างจากเกาะสุรินทร์ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 10 กิโลเมตร เป็นแหล่งที่สมบูรณ์ด้วยธรรมชาติใต้ทะเล มีปลาหลายพันธุ์ ปะการังสีสวย และเป็นจุดที่มีโอกาสพบฉลามวาฬ ที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเล ช่วงเวลาที่เหมาะจะเดินทางท่องเที่ยว คือ เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน ส่วนเดือนพฤษภาคม ถึง ตุลาคมนั้น เป็นช่วงที่มีลมมรสุม ฝนตกชุก คลื่นลมแรง ไม่เหมาะจะมาท่องเที่ยวค่ะ
  • อันดับ 9 : ภูกระดึง

    ว่ากันว่าหากอยากพิสูจน์รักแท้ ให้พาคนที่เรารักไปร่วมพิสูจน์รักด้วยการเดินทางพิชิตยอดภูของ อุทยานแห่ง ชาติภูกระดึง และถ้าหากเขาคนนั้น สามารถร่วมเดินทางไปกับคุณจนกระทั่งถึงยอดดอย และคอยช่วยเหลือดูแลกันและ กันเป็นอย่างดีแล้วล่ะก็ เขาก็คือรักแท้ของเราเป็นแน่แท้ ...นี่คือตำนานคำกล่าวขานที่มักได้ยินเสมอๆ เมื่อเอ่ยถึง ภูกระดึง หรือ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะการที่เราจะขึ้นไปถึงยอดดอยได้ ต้องเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 9 กิโลเมตร คือขึ้นเขา 5 กิโลเมตร บวกทางราบอีกประมาณ 3-4 กิโลเมตร (โห...ไหวไหมเนี่ย) ซึ่งนอกจากจะมีคู่รักไปสัมผัสพิสูจน์รักแท้แล้ว ภูกระดึง มักจะได้รับความนิยมในการไปแบบกลุ่มเพื่อนๆ อีกด้วย และทุกคนที่ได้ไปสัมผัสต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตอนเดินเหนื่อยมาก ๆ แต่พอได้ไปสัมผัสกับธรรมชาติข้างบน ภูกระดึง แล้วคุ้มค่าสุด ๆ
  • อันดับ 8 : เชียงคาน

    เมืองเชียงคาน ในปัจจุบันเป็นเมืองโบราณเก่าแก่ในสายตาของนักท่องเที่ยว เป็นชุมชนที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาได้ยาวนานกว่า 100 ปี เมืองเชียงคาน เมืองโบราณ.. บ้านไม้เก่าๆ ร้านกาแฟ มุมหนังสือเล็กๆ เท่านั้น แต่กลับมีนักท่องเที่ยวที่ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว เดินเที่ยวกันให้เต็มไปหมด อาจจะด้วยเพราะเมืองเชียงคานนี้เงียบสงบ บรรยากาศดี ด้วยการที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์แต่ผสมผสานกับความเป็นสมัยใหม่ที่ไม่มากจนเกินไปได้อย่างลงตัวในแบบฉบับของเชียงคาน
  • อันดับ 7 : เกาะตะรุเตา เกาะงามแห่งอันดามัน

    ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จ.สตูล ได้รับความสนใจจากคู่รักในการมาเที่ยวพักผ่อนอยู่เสมอ เนื่องจากมีธรรมชาติที่สวยงามคงอยู่ในระดับที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ จนได้รับยกย่องให้เป็นมรดกแห่งอาเซียน โดยหมู่เกาะตะรุเตานี้ประกอบเกาะอีก 51 เกาะ ซึ่งมีเกาะขนาดใหญ่อยู่ 2 เกาะด้วยกันคือ เกาะตะรุเตา และ เกาะอาดัง-ราวี ซึ่งที่ตะรุเตานี้จะมีมุมโรแมนติกอยู่หลายมุมให้คู่รักได้สวีทกัน เช่น อ่าวพันเตมะละกา ซึ่งมีหาดทรายขาวสะอาด และเป็นแหล่งชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่สวยงาม ใกล้ๆ กันนั้นก็จะมีจุดชมวิวทิวทัศน์ของเกาะชื่อ “ผาโต๊ะบู” ส่วนเกาะอื่น ๆ ก็มีความสวยงามไม่แพ้กัน ทั้งเกาะอาดัง-ราวี เกาะหลีเป๊ะ เกาะกลาง และเกาะไข่ บริเวณนี้มีแนวปะการังที่สวยงามมาก โดยเฉพาะเกาะไข่นั้นมีซุ้มประตูหินธรรมชาติ ที่โดนกัดกร่อนจนทะลุเหมือนเป็นประตู กลายเป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล คู่รักหลายๆ คู่นิยมมาจูงมือกันเดินลอดประตูหินแห่งนี้
  • อันดับ 6 : เกาะพีพี กระบี่

    เลื่องชื่อแห่งท้องทะเลกระบี่ที่โด่งดังเป็นที่ประจักษ์กับสายตาชาวโลกมาแล้ว ธรรมชาติงดงามลงตัว ทั้งชายหาดขาว น้ำทะเลใส วิวสวย และเป็นอ่าวที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในแนวกำบังของกำแพงผา ทำให้อ่าวมาหยาเหมาะอย่าง ยิ่งกับการใช้เวลาที่แสนสงบ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ และเผยความในใจกับคู่รักแบบมีสายลม แสงแดด และภูผา เป็นพยานก็โรแมนติกไปอีกแบบ ทั้งนี้เกาะพีพีได้จัดเป็นเกาะที่มีความสวยงาม ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก โดยมีเอกลักษณ์ คือ การโค้งของอ่าวที่ตีวงเข้าหากัน และมีหาดทรายคั่นตรงกลาง นอกจากนี้ เกาะพีพียังเป็นที่นิยมของนักท่องเทียวที่จะมา ดำน้ำ เพื่อจะดูปะการังอีกด้วย
  • อันดับ 5 : ภูชี้ฟ้า ทะเลหมอกเลื่องชื่อ

    สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสุดท้ายสำหรับคู่รักก็คือ ภูชี้ฟ้า ในจังหวัดเชียงราย โดยลักษณะเด่นของภูแห่งนี้ คือเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,628 เมตร มีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว ความสวยงามและโรแมนติกของภูชี้ฟ้าถือว่างดงามไม่แพ้ที่อื่นๆ โดยเฉพาะยามเช้ามืดช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้น ในวันฟ้าเปิดและอากาศหนาวเย็น นักท่องเที่ยวจะได้เห็นถึงสีสันของดวงอาทิตย์ยามเช้าที่แย้มกลีบเมฆโผล่พ้นขอบฟ้า ขึ้นมา ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ หลังจากนั้นที่เบื้องล่างก็จะเต็มไปด้วยทะเลหมอกขาวโพลน ลอยละล่องเป็นที่ประทับใจของใครหลายๆ คน
  • อันดับ 4 : หมู่เกาะเหลาเหลียง จ.ตรัง

    ประกอบด้วยเกาะ 3 เกาะ เกาะเหลาเหลียงพี่ เกาะเหลาเหลียงน้อง และเกาะตะเกียง ทั้ง 3 เกาะ เป็นเกาะสัมปทานรังนก ดังนั้นเมื่อทำการท่องเที่ยวจึงมี เจ้าของเพียงเจ้าเดียว คือเจ้าของสัมปทานรังนกที่ลงมาทำการท่องเที่ยวเอง สิ่งที่ทำให้รายการท่องเที่ยวของเกาะเหลาเหลียงเป็นที่รู้จักคือความ สมบูรณ์ของเกาะทั้งสาม นับตั้งแต่หาดทรายขาวสะอาด หน้าผาและโขดหินที่สวยงาม น้ำทะเลเป็นสีเขียวมรกตและใสสะอาด รวมทั้งเหล่าปะการังแข็ง ปะการังอ่อนแน่นขนัดที่เกาะตะเกียงด้วย เป็นสวรรค์ขอคู่ฮันนีมูน ที่พักก็มีให้เลือกกันได้หลายที่ตามสะดวกค่ะมีทั้งที่พักในเมืองตรัง
  • อันดับ 3 : ปาย เมืองหุบเขาแห่งสามหมอก

    อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่กลางหุบเขา ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อ.ปาย มีชื่อเสียงมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับจุดน่าสนใจของ อ.ปาย นั้นก็อยู่ที่ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ อากาศที่เย็นสบาย ความสงบของชุมชน และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายไม่รีบร้อน ซึ่งมีทั้งชาวไทยใหญ่ และชาวไทยภูเขาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก สำหรับผู้ที่มาเที่ยวเมืองปาย สามารถเช่ารถจักรยาน หรือรถมอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยวรอบเมืองได้ โดยแหล่งท่องเที่ยวในบริเวณนั้นคือ บ่อน้ำพุร้อนท่าปาย ที่มีอุณหภูมิสูงถึง 80 องศาเซลเซียส หรือจะไปสักการะ เจดีย์พระธาตุแม่เย็น ที่วัดแม่เย็น แล้วแวะชมทิวทัศน์ของเมืองปายจากบนนี้ก็ได้
  • อันดับ 2 : ดอยอ่างข่าง สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย

    ตั้งอยู่ที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคู่รัก ซึ่งมีจุดเด่นเฉพาะตัวตรงที่อากาศเย็นสบายตลอดปี และยังมีบรรยากาศของธรรมชาติที่สวยงามอีกด้วย นอกจากนี้มี “สถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขาง” อันเป็นอาคารไม้ดอกเมืองหนาว มีสวนดอกไม้ซึ่งจัดตกแต่งไว้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะ ‘สวนแปดสิบ’ ที่สวยงามมากจนเป็นที่ยกย่องว่าเป็นเสมือนสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทยทีเดียว สำหรับผู้ที่สนใจจะไปเที่ยวหมู่บ้านชาวเขาที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ ก็มีมากมายเช่นกัน เป็นต้นว่า หมู่บ้านขอบด้ง หมู่บ้านของชาวเขาเผ่ามูเซอดำและมูเซอแดง ก็จะได้พบกับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีสินค้าเกษตร และของที่ระลึกฝีมือชาวบ้านให้เลือกซื้อ หรือจะไป หมู่บ้านนอแล ของชนเผ่าปะหล่อง หรือดาละอั้ง ก็จะมีไกด์เด็กน้อยคอยพาชมทิวทัศน์ และเล่าเรื่องราวของชนเผ่าให้ฟัง
  • อันดับ 1 : ภูทับเบิก เพชรบูรณ์

    "ภูทับเบิก” แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เลื่องชื่อถึงความสวยงาม และมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ยอดเขาที่มีระดับความสูง ประมาณ 1,768 เมตร จากระดับน้ำทะเล ของภูทับเบิกได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ผสมกับทางวัฒนธรรมชีวิตชนเผ่าชาวม้งที่ตั้งรกรากบนภูแห่งนี้มาในช่วงสงครามทางการเมือง อยู่บนเทือกเขาภูหินร่องกล้าการเดินทางมาท่องเที่ยวภูทับเบิกแล้ว ก็ต้องแวะเข้าไปเที่ยวภูหินร่องกล้า เพราะเป็นพื้นที่เดียวกัน มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่างเช่น ลานหินปุ่ม ผาชูธง โรงเรียนการเมือง ลานหินแตก น้ำตกร่มเกล้าภราดร และในส่วนของภูทับเบิกก็มีแหล่งชมวิวจุดสูงสุดของจังวหัเพชรบูรณ์ที่ภูทับเบิก ชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นได้อยบ่างสวยงาม ในช่วงหน้าหนาวจะได้ชมป่านางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย นอกจากนี้ยังมีไร่กะหล่ำให้ได้ชมตลอดทั้งปี
ถูกใจก็จิ้มเลย

Credits : www.moohin.com
 
blog comments powered by Disqus


Follow www.moohin.com on Twitter

Member Login
username
password
สมัครสมาชิก