|
ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ สปป.ลาว
เป็นแขวงที่านของภาคปฏิบัติลาวในสมัยต่อสู้กู้ชาติต้านจักรพรรดิต่างชาติที่เข้ามารุกราน
มีเนื้อที่ทั้งหมด 16,500 ตารางกิโลเมตรมีพลเมืองประมาณ 226,000 คน
ประกอบด้วย 6 เมือง เช่น เมืองเวียงไชย, เมืองซำเหนือ,เมืองซำใต้,เมืองเวียงทอง,
เมืองหัวเมืองและ
เมืองเซียงค้อ ประกอบด้วย 3 ชนเผ่าใหญ่คือ ลาวลุ่ม, ลาวเทิงและลาวสูง
มีชนเผ่าเล็กๆรวม 30 ชนเผ่า มีชายแดนติดกับแขวงเชียงขวาง,
แขวงหลวงพระบางและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
เมืองเวียงไชย
///เมืองเวียงไชยเป็นดินแดนที่สวยงานและวีระอาจหาญ
ทิวทัศน์ธรรมชาติภูผาป่าไม่ที่เขียวสดงดงามและทุ่งนายาวเหยียดทอดไปตามแนวภูผา
เป็นสิ่งสวยงามยิ่งนักและยังเป็นที่ตั้งทางประวัติศาสตร์ในการต่อสู้กู้ชาติต้านจักรพรรดิต่างด้าวที่เข้ามารุกรานดินแดนแห่งนี้เดิมมีชื่อว่า
ทุ่งนาไก่ เนื่องจากในเขตนี้มีไก่ป่ามากมาย ภายหลังสงครามได้ยุติลง
ทุ่งนาไก่ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นเมืองเวียงไชย ประกอบด้วย 4 บ้าน
ทิศเหนือคือบ้านล่องกู้
ทิศใต้คือบ้านเชียงซื้อและบ้านนาไก่ใต้ทิศตะวันตกเฉียงเหนือคือบ้านบกและมีบ้านนาไก่เหนืออยู่ใจกลาง
ทิศเหนือติดภูแต้ม ทิศใต้ติดภูแคทิศตะวันตกติดสายภูเขียว
ทิศตะวันออกติดทางหมายเลย
16สถานที่แห่งนี้เป็นภูผาหินเต็มไปด้วยถ้ำธรรมชาติรวมถึง 102 ถ้ำ
ประกอบด้วยถ้ำสำคัญๆ ดังนี้
ถ้ำท่านประธานสุภานุวงศ์
///เดิมเรียกว่า ถ้ำผาปุ่ง (ผาโป่ง)
แต่เดิมถ้ำนี้เป็นป่าดงดิบ มีสัตว์ต่างๆ มากมาย เช่น กวาง เก้ง
และสัตว์อื่นๆ อาศัยอยู่มาก
เขตนี้มีโป่งน้ำสัตว์ทั้งหลายใช้อาศัยกินน้ำ ประชาชนจึงเรียกว่าผาปุ่ง(ผาโป่ง)
ในต้นปี 1964 ท่านประธานสภานุวงศ์ได้ย้ายสำนักเข้าอยู่ถ้ำแห่งนี้
ในขั้นแรกก็อาศัยถ้ำธรรมชาติ
แต่ต่อมาก็ได้เริ่มปรับปรุงเป็นที่พักอาศัย มีหลายห้องคือ ห้องป้องกัน,
ห้องนอน, ห้องประชุม ฯลฯ อยู่นอกถ้ำมีห้องเล็กใช้เป็นห้องอาหาร
นอกจากนั้น ยังมีเรือนเล็กหนึ่งหลัง
ซึ่งปลูกให้ท่านสุภานุวงศ์พักอยู่ภายหลังสงคราม
ระหว่างรอการก่อสร้างบ้านพักหลังใหม่สำเร็จ
ถ้ำท่านประธานไกสอน พรมวิหาร
///เดิมเรียกว่าผาหย่อน
ของเดิมถ้ำนี้มีผึ้งมาก ประชาชนเขตนี้อยากได้แต่ขึ้นไปลำบาก ต้องปีน
ขึ้นบนผา แล้วเอาเชือกหย่อนลงมาเพื่อเอาผึ้ง
จึงเรียกว่าถ้ำหย่อนของถ้ำนี้เป็นถ้ำธรรมชาติ 2 ถ้ำติดต่อกัน ในปี 1964
ท่านประธานไกสอน ได้โยกย้ายเข้ามา ระยะแรกก็ยังไม่ปรับปรุงต่อมาได้เจาะ
2 ถ้ำทะลุถึงกันมีความยาว 140 เมตร
ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่สูงกว่าหน้าดินจนได้สร้างปันไดขึ้นไป 32 ขั้น
ถ้ำนี้ประกอบด้วยห้องป้องกัน, ห้องรับแขก
ศูนย์กลางพรรคและรับแขกต่างประเทศ, ห้องประชุม, ห้องสโมสร
ซึ่งเป็นสถานที่เล่นกีฬา และศิลปะต่างๆ โดยเฉพาะท่านประธานไกสอน
พรมวิหาร ชอบเล่นกีฬา เช่นกีฬาปิงปองเป็นต้น นอกจากนี้
ยังมีห้องค้นคว้าห้องนอน
ที่ปากถ้ำมีถ้ำเล็กซึ่งเป็นถ้ำทำอาหารในเวลาสงคราม ในต้นปี 1973
แล้วจึงได้สร้างเรือนหลังหนึ่งเป็นที่พักของท่านประธานไกสอน พรมวิหาร
แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์โดยเอาไม้มุลหลังคาชั่วคราวเพื่อรอการสร้างเรือนหลังใหม่
ก่อนการก่อนสร้างสำเร็จ ท่านประธานไกสอนได้เข้าเวียงจันทน์ก่อน
เรือนหลังนี้ต่อมาได้ใช้เก็บเอกสารและพัสดุทางประวัติศาสตร์
ถ้ำท่านคำไต สีพันดอน
///เป็นส่วนหนึ่งของถ้ำช้างลอด
เดิมไม่ใช่ถ้ำ แต่ได้ใช้เครื่องจักรและแรงคนเจาะเป็นถ้ำให้
ท่านคำไตได้พักอาศัย ประกอบด้วยห้องประชุมของนายทหารชั้นสุง
ทั้งเป็นห้องรับแขกภาย ในและต่างประเทศ, ห้องค้นคว้า, ห้องนอน
ลงจากถ้ำท่านคำไต สามารถทะลุถึงถ้ำช้างลอดซึ่งจะมีห้องการเมือง
และห้องพลาธิการ ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งจะไปทะลุห้องเสนาธิการสูงสุด
ซึ่งเป็นเส้นทางที่ยุ่งยาก และเขตนั้นยังรักษาขุมปีนใหญ่ไว้สามขุม
ถ้ำช้างลอดเป็นถ้ำธรรมชาติ ที่ใหญ่ที่สุด ที่เรียกกันว่าถ้ำช้างลอด
ประชาชนเล่าว่าเรื่องจากถ้ำนี้เป็นถ้ำใหญ่จนช้างสามารถ
ลอดไปมาได้อย่างสบาย ถ้ำนี้ได้ถูกปรับปรุงเป็นถ้ำสโมสร
เป็นสถานที่ร่วมชุมนุมในงานบุญที่ สำคัญต่างๆ
เป็นที่รับรองแขกชั้นสูงต่างประเทศที่มาเยือน
และยังเป็นสถานที่แสดงศิลปะ, กายกรรม และเล่นกีฬาบางประเภท |